Updates from ธันวาคม, 2010 Toggle Comment Threads | ปุ่มลัดคีย์บอร์ด

  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 5:12 AM on December 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ณ ถ้ำสองตา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 

    ณ ถ้ำสองตา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีพระภิกษุชาวอเมริกันรูปหนึ่ง จำวัดอยู่เพียงลำพังที่นั่นมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยฉันอาหารมื้อเดียว ไม่รับกิจนิมนต์ ปฏิบัติธรรมอย่างสันโดษและจริงจัง…

    พระอาจารย์ สุมโน ภิกขุ เกิด ที่เมืองชิคาโก จบการศึกษาด้านกฎหมายและประกอบกิจการส่วนตัว เป็นนักธุรกิจผู้มีฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐีในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะตัดสินใจสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและหันเหสู่เส้นทางแห่งจิตวิญญาณ เป็นเวลากว่าสามสิบปีมาแล้ว ซึ่งในที่สุด ท่านได้เข้าไปสัมผัสกับวัดแนวพุทธศาสนาในประเทศอังกฤษ จนเข้าไปสู่วัดหนองป่าพง ในเขตอำเภอวารินชำราบ ใกล้ตัวเมืองอุบลราชธานี อันที่เป็นพำนักของพระอาจารย์ชา สุภทฺโท หนึ่งในบรรดาพระอาจารย์ของท่าน…ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์ สุมโน ภิกขุ ได้พำนักอยู่ที่ถ้ำสองตา ในเขตพื้นที่เขาใหญ่ ทางแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย อย่างสันโดษและสงบเงียบอย่างแท้จริง

    เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะเป็นการตอบข้อสงสัยของคนหลายชาติหลายภาษา เกี่ยวกับปัญหาชีวิตทางโลก ซึ่งพวกเขาอยากรู้ว่าหลักการปฏิบัติสมาธิ จะช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขาประสบในชีวิตประจำวันได้อย่างไร คำถามแต่ละข้อล้วนน่าสนใจ และเป็นสิ่งที่พวกเราได้พบเจอกันทุกวัน ซึ่งพระอาจารย์ สุมโน ภิกขุ ก็ได้ให้คำตอบด้วยปัญญาอันชาญฉลาดที่ท่านได้จากการปฏิบัติสมาธินั่นเอง… (More …)

    Advertisements
     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 4:53 AM on December 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ศีล 

    ศีล เป็นพื้น เป็นบาทฐานแห่งกุศลกรรมทั้งมวล ประดุจดังพื้นปฐพี อันเป็นที่ตั้งของสัพพสิื่่่ง มหาสิงขร และสัตว์จตุบทวิบาก ทั้ง ๔ ผู้ที่มีศีล ย่อมอยู่อย่างสงบ เหมือนเรือนที่เจ้าของเช็ดถูอยู่ประจำ ปราศจากฝุ่นและเลียด อันเป็นเครื่องรบกวนใจ เรามาดูกันเถอะว่า ในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติสิกขาบท และข้อห้ามใดบ้าง เพื่อเป็นหนทางในการละเว้น เพื่อสังวะระ เพื่อพระนิพพาน … นกขมิ้นเรียบเรียง และตรวจสอบ (ไม่ได้พิมพ์ ^^) (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 4:46 AM on December 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    สมาธิ 

    สมาธิ ที่ดีย่อมทำให้จิตสงบอยู่ได้ ไม่กระวนกระวาย เมื่อโลกธรรมซัดสาด กล่าวคือ สรรเสิญ นินทา เป็นต้น สมาธิ ย่อมทำให้เกิดปัญญา เป็นเครื่องฟาดฟันกิเลศ อาสวะ ให้สิ้นไป

    หลักวิชา ว่าด้วยเรื่องของสมาธิ ในพระพุทธศาสนา มีองค์่ต่าง ๆ ดังนี้แลฯ

    การฝึกกรรมฐานนั้นมี ๒ อย่างคือ
    ๑.สมถกรรมฐาน คือการใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งเพื่อฝึกกำหนดจิตให้เกิดความสงบ เป็นสมาธิ
    ๒.วิปัสสนากรรมฐาน คือการใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งในการกำหนดจิต เพื่อการเจริญภาวนาตามหลักไตรลักษณ์เพื่อเข้าสู่มรรค ผล และนิพพาน
    ในบางแห่งมีเรียกว่าอารักขกรรมฐาน หรือแปลว่ากรรมฐานที่เป็นเครื่องรักษาตัว ซึ่งก็ใช้หลักการเจริญกรรมฐานเช่นเดียวกัน เช่นการใช้พุทธานุสสติ หรือมรณะสติเป็นต้น
    ทั้งสองอย่างนี้เกือบจะเป็นอย่างเดียวกัน ต่างกันก็ตรงที่ระดับของสมาธิที่เรียกว่าได้ฌาน ถ้าหากว่าได้ฌานในระดับขณิกสมาธิ คือความรู้สึกโล่งสบาย สงบ สืมตัวชั่วขณะ หากประคองความสงบนิ่งต่อไปก็จะได้จนถึงระดับ อุปจารสมาธิ ซึ่งจะนานกว่าขั้นแรก
    ความหมายที่เกี่ยวกับสมาธิภาวนาโดยทั่วไป (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 4:40 AM on December 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ปัญญา 

    ๑. ความหมายของปัญญา

    O ปัญญานั้น แปลว่า ความรู้ทั่ว อันหมายความว่าความรู้ทั่วถึงเหตุและผล รู้เหตุถึงผล รู้ผลถึงเหตุ ตามสัจจัคือความจริง เมื่อมีความรู้ดังกล่าวในสิ่งใด ก็ชื่อว่ามีปัญญาในสิ่งนั้น แต่ถ้าเป็นความรู้หลง รู้ผิด คือไม่ใช่เป็นความรู้จริง ก็ไม่เรียกว่าปัญญา และมีคำเรียกรู้ถูกต้องว่า สัมมัปปัญญา ปัญญาชอบ ส่วนรู้ผิด รู้หลง เรียกว่า มิจฉาปัญญา หรือ มิจฉัปปัญญา ปัญญาผิด ก็แปลว่าเมื่อแยกเรียกดังนี้

    O ปัญญาก็เป็นคำกลางๆ แต่ต้องเป็นความรู้ถูกต้องถึงเป็นปัญญาหรือสัมมัปปัญญานั้นเอง จึงเป็นปัญญา ถ้าไม่ใช่สัมมัปปัญญา เป็นมิจฉัปปัญญา ปัญญาผิด ก็ไม่เรียกว่าปัญญา แต่เป็นความรู้หลง รู้ผิด เพราะฉะนั้น เมื่อเรียกว่าปัญญาโดยทั่วไป จึงมุ่งถึงในทางดี อันหมายถึงว่ารู้ถูกต้อง ดังที่อธิบายไว้ข้างต้นว่า รู้ทั่วถึงเหตุผลตามสัจจะคือตามที่เป็นจริง

    O คำว่าตามที่เป็นจริงนั้น เรียกว่าตามสัจจัคือความจริงอย่างนั้นก็ได้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยถาภูตะ ตามที่เป็นแล้ว ตามที่มีแล้ว คือว่ามีแล้วเป็นแล้วอย่างไร ก็รู้อย่างนั้น ไม่ใช่รู้ผิดไปจากที่มีแล้วที่เป็นแล้ว พูกดันสั้นๆ ก็รู้ตามเป็นจริง ปัญญาดั่งกล่าวนี้เป็นสิกขา คือเป็นข้อที่พึงศึกษา อันหมายความว่าเรียนให้รู้จักว่าปัญญาที่เป็นตัวปัญญาดังกล่าวนั้นเป็นอย่าง ไร และก็ปฏิบัติให้ปัญญาดังกล่าวนี้มีขึ้นเป็นขึ้น

    ๒. ปัญญา ๓ ระดับ (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 4:35 AM on December 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    วิมุตติ 

    ขันธะวิมุติ
    นมัตถุ สุคตัสสะ ปัญจธัมมักขันธานิ
    วิมุตติ

    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมซึ่งพระสุคต
    บรมศาสดาศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระนวโลกุตตรธรรม ๙ ประการ
    และพระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้านั้น
    บัดนี้ข้าพเจ้าจักกล่าวซึ่งธรรมขันธ์โดยสังเขปตามสติปัญญาฯ
    ยังมีท่านคนหนึ่งรักตัวคิดกลัวทุกข์ อยากได้สุขพ้นภัยเที่ยวผายผัน
    เขาบอกว่าสุขมีที่ไหนก็อยากไป แต่เที่ยวหมั่นไปมาอยู่ช้านาน
    นิสัยท่านนั้นรักตัวกลัวตายมาก อยากจะพ้นแท้ๆ เรื่องแก่ตาย (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 1:28 AM on December 2, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    มาติกาหลวง 

    เนื้อหา ในคำสวดพระอภิธรรมนั้น เป็นการกล่าวถึงสภาพธรรมชาติล้วนๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ชีวิต เรียกว่าเป็นแม่บทหรือ ‘มาติกา’ ปรากฏอยู่ในพระอภิธรรมปิฏกเล่มแรก

    การท่องบ่นหรือได้ยินได้ฟังการสวด พระอภิธรรม คือ ได้ท่องบ่นหรือได้ยินได้ฟังความรู้เกี่ยวกับสภาพธรรมชาติแท้ๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่ชีวิต เป็นเพียงสภาวะ เป็นเพียงสภาพธรรม

    พระอภิธรรมนั้น ไม่ใช่พระพุทธองค์ทรงแสดงครั้งเดียว ทรงแสดงอยู่เสมอ เมื่อเหมาะสมที่จะแสดง หมายความว่า กับมนุษย์ก็ทรงแสดง

    แต่เนื่องจากพระอภิธรรมปิฏก เป็นส่วนที่เขียน โดยกล่าวถึงสภาวธรรมล้วนๆ ทั้งส่วนที่เป็นบัญญัติ
    และส่วนที่เป็นปรมัตถ์ – จึงมีเล่าไว้แบบเป็นชื่อเป็นคนเป็นเหตุการณ์อยู่เพียงครั้งเดียว คือ ครั้งที่ทรงเสด็จ
    ไปโปรดพระพุทธมารดา (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 1:26 AM on December 2, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    บทสวดศพ (อภิธรรม ๗ คัมภีร์) 

    จากประสบการณ์ที่ผมเข้าร่วมงานสังคมทั้งหลายนั้น  ผมถือว่างานศพของญาติมิตรของผู้ที่รู้จักคุ้นเคยเป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดงานหนึ่งที่ผมจะต้องหาโอกาสไปร่วมให้ได้  ส่วนงานอื่น ๆ  โดยเฉพาะงานที่อยู่ในข่ายของงานแห่งความสุข รื่นเริงนั้น  อยู่ในลำดับที่รองลงไป

    ส่วนเหตุผลนั้น  ผมคิดว่าก็คงไม่ต่างจากท่านทั้งหลาย  หลัก ๆ คือ  เพื่อแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าภาพผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก  ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากที่สุด  เพราะผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นเราคงไม่สามารถทำอะไรให้มากไปกว่าบำเพ็ญและอุทิศส่วนกุศลไปให้  ส่วนผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่นี่เล่า  เขาจะต้องอยู่กับความเศร้าโศกเสียใจตามความผูกพันที่เคยมีกับผู้ที่วายชนม์  หรือบางคนก็อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตหลังการสูญเสีย   เหตุผลถัดไปก็เห็นจะเป็นการร่วมรำลึกถึงคุณงามความดี  และแสดงความเคารพผู้ที่เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะฝังหรือเผา  ส่วนเหตุผลอีกข้อหนึ่งนั้น คือ การใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาและปลงให้เห็นความจริงของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ นั่นก็คือ ความตาย  เพื่อการดำรงชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไม่ประมาทนั่นเอง (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 9:45 AM on June 22, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: หลวงปู่แหวน   

    บุพเพของหลวงปู่แหวน 

    หลวงปู่แหวน

    บุพเพสันนิวาสอันเหลือเชื่อของหลวงปู่แหวน
    …หลวงปู่ว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง จิตที่เคยควบคุมบังคับให้สงบนิ่งได้ก็เกิดปรวนแปรไป ความคิดคำนึงคอยแต่จะโลดแล่นซัดส่ายไปหาหญิงงามอย่างเดียว ทำให้หลวงปู่แหวนเกิดความหวาดกลัวตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ขืนอยู่ต่อไปอาจจะพ่ายแพ้ต่อกิเลสเมื่อไหร่ก็ได้
    ดังนั้น หลวงปู่แหวนจึงตัดสินใจเก็บบริขารทั้งหลายเดินทางกลับประเทศไทยอย่างฉับพลันทันที เมื่อข้ามแม่น้ำโขงสู่ผืนแผ่นดินมาตุภูมิแล้วก็มุ่งหน้าขึ้นไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ ระหว่างเดินทางหนี “มาตุคาม” ซึ่งเป็นเนื้อคู่บุพเพสันนิวาสมาแต่ชาติปางก่อน จิตใจของหลวงปู่ยังโลดแล่นไปหาสาวงามเกือบตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่ฟุ้งซ่านที่รุนแรงร้ายกาจสุดพรรณานาทีเดียว
    หลวงปู่แหวนเดินทางมาถึงพระบาทเนินกุ่ม หินหมากเป้ง จึงหยุดยั้งอบรมตนอยู่ ณ ที่นี้ และก็เป็นวาสนาของหลวงปู่ที่ได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งท่านได้ปลีกตัวออกจากหมู่คณะมาบำเพ็ญภาวนาอยู่ในบริเวณนั้นพอดี
    หลวงปู่แหวนมีปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับท่านอาจารย์ใหญ่ การได้มาพักอบรมตนอยู่ใกล้กับท่านพระอาจารย์มั่นก่อนเข้าพรรษาปีนั้น ทำให้หลวงปู่แหวนระงับความฟุ้งซ่านลงได้ไม่น้อย แม้กระนั้นภาพของหญิงงามก็ยังปรากฏเป็นครั้งคราว ทำให้ดวงจิตหวั่นไหวอยู่เสมอ แต่เมื่อเร่งภาวนายิ่งขึ้นภาพนั้นก็สงบระงับไป หากพลั้งเผลอเมื่อใดภาพสาวงามก็จะผุดขึ้นมาอีก
    หลังจากเข้าพรรษาแล้ว หลวงปู่แหวนได้ตั้งใจปรารภความเพียรอย่างหนัก การเร่งความเพียรอย่างเต็มที่ทำให้จิตสงบอย่างรวดเร็ว ทรงตัวสู่ฐานสมาธิได้ง่าย ไม่วุ่นวายฟุ้งซ่านอีก คล้ายกับจิตมันยอมสยบราบคาบแล้ว และเกิดอุบายทางปัญญาพอสมควร (More …)
     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 10:45 PM on February 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ช่างมันบ้างเถอะ 

    เรื่อง สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

    เมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง “ปล่อยมันไป”

    ใน โลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด แต่แล้วเราก็ต้องปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป เพราะหากเรามัว แต่จะ“นับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา” (มีความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง) เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่

    ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้ เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ต้อง “ปล่อยมันไป”

    เลือก ทำในสิ่งที่เห็นว่า เราถนัดที่สุด และมีความสุขที่จะทำก็พอแล้ว อะไรก็ตาม ที่เราไม่ถนัด หรือถึงถนัด แต่ไม่มีความสุขที่จะทำ ก็อย่าทำ

    เรามี เวลาไม่มากนักหรอกที่จะแบกสารพัดภาระในโลกนี้ ควรมองไหล่ของตัวเองดูสักหน่อยว่า พร้อมจะแบกเป้หลังที่มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเองเพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้คุณเป็นทุกข์ แต่บางทีอาจมีผลต่อการยืนตรงๆ อย่างยาวนานของคุณด้วย

     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก