Updates from กรกฎาคม, 2010 Toggle Comment Threads | ปุ่มลัดคีย์บอร์ด

  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 6:23 PM on July 2, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ของขวัญชีวิต 

    ของขวัญชีวิตชายคนหนึ่งเคยลงโทษลูกสาววัย 5 ขวบของเขา เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทองม้วน หนึ่งซึ่งมีราคาแพง ในขณะที่การเงินที่บ้านฝืดเคือง
    และเค้าก็อารมณ์เสียอีกครั้ง  เมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคาแพงนั้นมาห่อกล่องของขวัญเพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส  แต่กระนั้น…ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้นให้พ่อของเธอในเช้าวันรุ่งขึ้น  และพูดว่า ‘ นี่สำหรับพ่อค่ะ ‘

    พ่อของเธอกระอักกระอ่วนกับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้ แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งเมื่อ เขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า
    เขาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า
    ‘ ลูกไม่รู้จริงๆอย่างนั้นหรือว่าการจะให้ของขวัญใคร มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญด้วย? ‘

    เด็กน้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา และพูดว่า
    ‘ โอ…พ่อจ๋า มันไม่ใช่กล่องเปล่าเลย หนูเป่าจูบเข้าไปจนเต็ม ‘

    ชายคนนั้นสะอึก ตัวชาด้วยความเสียใจ เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น เขาขอให้ลูกสาวยกโทษให้เขา กับท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา (More …)

    Advertisements
     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 11:43 AM on June 27, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: ชมรมคนรักกัน   

    ชมรมคนรักกัน 

    ชมรมคนรักกัน

    หัวใจ

    ในญี่ปุ่นมีชมรมหนึ่งชื่อน่ารักมาก คือ “ชมรมคนรักกัน
    อย่าเพ่อเข้าใจไปว่าชมรมนี้ตั้งชื่อตามรสนิยมทางเพศ นิวาสถานของชมรมนี้ไม่ได้อยู่ ตามผับหรือแหล่งเริงรมย์ หากอยู่ในโรงพยาบาล เวลามีผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารมาที่โรงพยาบาล สมาชิกชมรมนี้จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เริ่มจากการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการเยียวยารักษาโรค หากหมอวินิจฉัยว่าต้องผ่าตัด สมาชิกชมรมก็จะไปให้กำลังใจผู้ป่วย และพูดคุยให้หายวิตกกังวล เนื่องจากสมาชิกชมรมนี้เคยเป็นผู้ป่วยริดสีดวงทวารมาก่อน จึงเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยดี ที่สำคัญสมาชิกชมรมนี้เป็นอาสาสมัคร มาทำงานด้วยใจรัก อีกทั้ง ไม่จำเจอยู่กับปัญหาเหมือนหมอและพยาบาล จึงสุภาพนิ่มนวลกับผู้ป่วย
    มาเจอกับบริการด้วยน้ำใจอย่างนี้ ผู้ป่วยที่วิตกกังวล หรือตื่นกลัวมีดผ่าตัด ก็ย่อมสงบอกสงบใจลงไปได้มาก อย่างน้อยก็รู้สึกมีเพื่อน ในยามทุกข์ คนเราย่อมต้องการมิตรและกำลังใจ แม้อาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อยชมรมนี้ก็ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจว่าก้น(พูดให้ถูกต้องคือ”ทวาร” หรือ”ตูด”)ของเขาจะได้รับการทนุถนอมอย่างแน่นอน
    ความสำเร็จของชมรมนี้อยู่ที่หลักการง่าย ๆ ว่า ผู้ได้รับความรัก ย่อมเป็นสุข ความรักฉันท์เพื่อนที่มาร่วมทุกข์ด้วยกันนั้นสามารถบันดาลใจให้บังเกิดความสุขชนิดที่เงินซื้อไม่ได้ (More …)
     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 2:47 PM on May 10, 2010 Permalink | ตอบกลับ  

    เจ้าน้อยสุขเกษม ตำนานรักอมตะ มะเมี้ยะ 

    รูปเจ้าน้อยสุขเกษม ณ เชียงใหม่

    ตอน นั้นเชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม   ทางเชียงใหม่ส่ง  เจ้าดารารัศมี    ซึ่งเป็นเจ้าอาของเจ้าน้อยไปอภิเษกกับ ร. 5      เป็นการผูกสัมพันธ์   ตอนนั้นเจ้าดารารัศมีอายุแค่ 13 เอง…โอ้! จอร์จ นี่เรื่องจริงตามประวัติศาสตร์เลยนะ เจ้าน้อยถูกส่งไปเรียนที่ รร.เซนต์แพทริก เป็น รร.แคธอลิกของฝรั่งที่พม่า โดยแอบส่งไป ขี่ช้างไป เพราะตอนนั้นพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีเรื่องกับไทยอยู่

    เจ้าน้อยไปตอนอายุ 15 เพราะทางบ้านต้องการให้ได้ภาษาอังกฤษ    เพราะค้าขายกะพม่า เจ้าน้อยเรียนอยู่หลายปี วันหนึ่งไปเดินเล่นที่ตลาด ได้พบมะเมี้ยะแม่ค้าสาวสวย  ซึ่งเพิ่งมาจากตองอู   เจ้าน้อยอายุ 19 มะเมี๊ยะอายุ 15 ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน จนอายุ 20 เรียนจบถูกเรียกกลับเชียงใหม่    เจ้าน้อยเลยเอาเมียกลับมาด้วย โดยให้ปลอมเป็น เด็กรับใช้ชาย เอาเมียไปแอบในเรือนเล็ก   โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้หมั้นเจ้าบัวนวลเอาไว้ให้
    เจ้าน้อยไม่ ยอมแต่งงาน    เลยเปิดเผยว่ามีเมียแล้วคือมะเมี้ยะ เอามะเมี้ยะมากราบเจ้าพ่อเจ้าแม่แต่ไม่ได้รับการยอมรับ

    เรื่องนี้ไปถึงสยาม ร. 5 กะเจ้าดารารัศมีเห็นว่าไม่ควร     เลยส่งผู้สำเร็จราชการมาเจรจา บอกว่าเจ้าน้อยจะมีเมีย กี่คนไม่ใช่ปัญหาแต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า เพราะว่าคนพม่า ถือสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวอังกฤษจะถือโอกาสแทรกแซง ว่าแต่งกะพม่า ก็ต้องถือว่าเป็นพม่าด้วย   ไปอยู่กะเมียที่ พม่าก็ไม่ได้     ที่สำคัญเจ้าน้อย เป็นเจ้าชายของล้านนา    ถูกวางตัวไว้ให้เป็นรัชทายาทล้านนา เท่ากับว่าสยามอาจต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ    ก็เลยบังคับส่งมะเมี้ยะกลับพม่า     เจ้าน้อยสัญญาว่าอีก 3 เดือนจะไปรับมะเมี้ยะกลับ ทั้งคู่สาบานกันไว้ว่าจะไม่รักใครอื่น หากใครผิดคำสาบานขอให้อายุสั้น ตอนที่จะส่งมะเมี้ยะกลับพม่านั้นตรงนี้เป็นส่วนของตำนานเลย (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 3:06 PM on May 4, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: นิยามแห่งรัก   

    นิยามแห่งชีวิต 

    No man/woman is worth your tears and the only one who is, will never make you cry.
    ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

    If you love someone, put their name in a circle, instead of a heart, because hearts can break, but circles go on forever.
    ถ้าคุณรักใครสักคน จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้ แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป

    Everyone hears what you say. Friends listen to what you say. Best friends listen to what you don”t say.
    ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 9:23 PM on February 26, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: ถ้อยคำที่มีค่า   

    ถ้อยคำแห่งสัจจะ 

    แสงเทียน

    โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ
    ของฟรีไม่เคยมี  ของดีไม่เคยถูก
    อยู่ให้ไว้ใจ  ไปให้คิดถึง
    คนเราต้องเดินหน้า  เวลายังเดินหน้าเลย
    ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ   ขอให้จับหนูได้ก็พอ
    ยิ่งมีใจศรัทธา  ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
    ในโลกกลม ๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า }แน่นอน~
    คนเราเมื่อ ตัวตายก็ต้องลงดิน
    ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย  อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา
    (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 11:38 PM on February 22, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: งานแต่ง   

    งานแต่งที่เศร้าที่สุด 

    งานแต่งงานนี้ ถูกจัดขึ้นตามหมายกำหนดการ โดยเป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าบ่าว
    แม้ว่า เจ้าสาวของเขาจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม

    นาย Zhuang Huagui เจ้าบ่าว วัย 26 ปี และ นางสาว Hu Zhao’e เจ้าสาว วัย 21 ปี

    ทั้งคู่ เป็นชาวเมืองฟูเจี้ยน หมายกำหนดการวันแต่งงาน คือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2010

    แต่…ในวันที่ 28 มกราคม 2010 เจ้าสาวผู้โชคร้ายถูกปล้นฆ่า เสียชีวิต

    เจ้าบ่าวถึงแม้จะเสียใจแค่ไหนแต่ก็ยังยืนยันที่จะจัดงานแต่งงานครั้งนี้

    สงสารเจ้าบ่าวมาก T_T นี่แหล่ะชีวิต หาอะไรแน่นอนไม่ได้ แต่นับถือน้ำใจเจ้าบ่าวนะครับ ที่ยังอุตส่าห์จัดงานให้เธอ

    (More …)

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 2:41 AM on February 14, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: DustySword   

    สายตาที่มองไม่เคยเห็น 

    สวัสดีครับ เพื่อน ๆ วันนี้ก็เป็นวันวาเลนไทน์แล้วสินะ จริง ๆ แล้วโดมไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอกวาเลนไทน์ แต่โดมสนใจอะไร ๆ ที่ซ่อนอยู่ในวันวาเลนไทน์ วันนี้หลาย ๆ คนคงจะมีความสุขนะครับ ( หวังเช่นนั้น ) นายโดมก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ทุกคนมีคำว่า (รัก) อยู่ในหัวใจ ทำอะไรก็อย่าให้ความรักกลายเป็นเพียงความใคร่ มันจะกลายเป็นรักแท้ในคืนหลอกลวงได้นะ ^^ ส่วนนายโดมนั้น ไม่มีอะไรหรอก รักทุกคน ฮ่า ๆ …

    ละอองฝุ่น

    ของขวัญวาเลนไทน์ จาก DustySword

    สำหรับ Entry นี้ก็ขอเป็นบทความแรกของวันวาเลนไทน์ปีนี้ละกัน เห็นคนเค้าพูดถึงวาเลนไทน์กันมากมาย แต่เราไม่มีใครให้รัก และไม่(เคย)มีใครมารัก ก็เลยได้เพียงมองกลับมาหาตัวเองว่า กลับมาดูแลความรักของตัวเราเอง ความรักที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยมองเห็นมันเลย หลาย ๆ ครั้งคนที่มีความรัก ก็มักจะพูดเสมอว่า ดูแลตัวเองนะ ทำไมเวลาที่มีความรัก เราถึงอยากจะให้คนที่รักมีความสุข เพราะลึก ๆ แล้วความสุขจากเค้า ก็สะท้อนมาหาตัวเราเสมอนั่นเอง ” หากเรารู้จักรักคนอื่น ๆ ให้มากเท่าที่เราจะรักได้ ความรักนั้นก็จะกลับมาหาตัวเราเอง และเราจะมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้น” คุณยิ่งรักคนอื่นได้มากเท่าไหร่ คุณก็รักตัวเองได้มากเท่านั้น เพราะทุกรอยยิ้มที่เรามองออกไป คือความปลื้มปีติในหัวใจของเรา … ลองมองรอยยิ้มของคนที่คุณรักสิ แล้วคุณจะรู้ว่า นั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุด ขอเพียงแค่ได้ทำเพื่อเธอ หรือเพื่อเขา …

    สิ่งทั้งหลาย มันมีบางมุมซ่อนอยู่ สิ่งที่มองเห็นนั้น เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความหมายข้างใน หากเมื่อใจขอใครก็ตาม ค้นพบสิ่่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแห่งการกระทำทั้งปวง เบื้องหลังแห่งความรัก ความเกลียด และน้ำตา เราจะรู้ว่า

    ” บางครั้ง น้ำตาก็ไม่ใช่เครื่องหมาย ของความเสียใจเสมอไป ”
    ” บางครั้ง ร้อยยิ้มก็เฉือดเฉือนหัวใจยิ่งกว่าใบมีดคม ๆ ” ฉะนั้น หลาย ๆ ครั้งที่เราให้ความรักออกไป มันจึงกลายเป็นแรงเหวี่ยงอันยิ่งใหญ่ ที่ถาถมเข้าหาตัวเอง ด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพ อันงดงาม ฉะนั้น “จงให้ไปเถอะ ให้ไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ รักให้มากที่สุดเท่าที่จะรัก แต่อย่าลืมว่า ” ไม่มีใครอยากอยู่กับใคร ตลอด 24 ชั่วโมง ” และ ” อย่าคาดหวังคนอื่นมากจนเกินไป จงให้ดาวเป็นดาว อย่าให้ดาวเป็นดวงตะวัน ” ความรักของหนุ่มสาว เหมือนเพลงสตริง ความรักของเพื่อนเหมือนเพลงเพื่อชีวิต รักข้างเดียว เหมือนกระต่ายหมายจันทร์ รักนิรันดร์ เหมือนรักสักแต่ว่ารัก ….รักแล้ววางความรักไว้ตรงนั้น

    ขอบคุณ ” DustySword สาวน้อยน่ารัก ” ที่อยู่เป็นเพื่อน เพื่อข้ามผ่านค่ำคืนอันเงียบเหงา เธอเป็นเหมือนทั้งน้องสาว และหญิงอันเป็นที่รัก แต่เป็นเป็นรักที่หวังดี เหมือนสายตาที่มองหมู่ดาวบนท้องฟ้า แม้จะสวยงามเพียงใด ก็หวังให้เธอเป็นดาวนประดับฟ้า อยู่อย่างนั้น ไม่ได้หวังอะไร ไม่ได้ต้องการอะไร ไม่มีอะไรในใจของนายโดมผู้นี้ …

    เขียนไปเขียนมา  ไม่เห็นเข้าเรื่องเลย  ^^”  สงสัยจะง่วงจัด  รอสาวเอาชอคโกแลตมาให้อยู่เนี่ยะ  มะไหร่จะมาน้อ …  รอให้เช้าก่อนละมั้ง  อิอิ    พี่ไปนอนก่อนน๊าาาาา… (55+)

    Valentine ……….14 Feb, 2010 By : อ้ายโดม งุงิ … :แบร่ๆ:

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 11:42 AM on February 8, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: วาเลนไทน์   

    วาเลนไทน์สไตย์ ว.วชิรเมธี 

    พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ท่าน ว.วชิรเมธี) ผอ.สถาบันวิมุตตยาลัย กล่าวเตือนเด็กและเยาวชนเนื่องในวันวาเลนไทน์ว่า ความรักนั้นเป็นได้ทั้งความสุขและความทุกข์ เป็นทั้งความหวังและสิ้นหวัง เป็นทั้งอนาคตและความมืดมิด ถ้าเรารักด้วยสมอง ความรักจะนำสิ่งดีๆ มาให้เรา ถ้าเรารักจนขึ้นสมอง ความรักจะนำสิ่งเลวร้ายมาให้แก่เรา
    “ความรักจะเป็นสิ่งที่ล้ำเลิศ หรือความทุกข์ตรม ขึ้นอยู่กับว่ารักด้วยสมองหรือรักแบบขึ้นสมอง วันหนึ่งเมื่อรักไม่สมหวังในความรัก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สมหวังในการดำเนินชีวิต รวมทั้งต้องไม่ยึดติดว่าความรักมีเพียงมิติเดียว คือ ความรักเชิงชู้สาวเท่านั้น แต่ความรักมีหลายมิติ เปรียบเสมือนบันไดต้องเดินขึ้นไปทีละขั้น จนถึงความหมายของความรัก นั่นคือ ความสุข ถ้ารักแล้วมีความทุกข์พัฒนาการของความรักยังไม่สมบูรณ์”

    ว วชิรเมธีบันไดแห่งความรักนั้นมี 4 ขั้น
    ขั้นที่ 1 รักตัวกลัวตาย รักชนิดนี้ ถ้ามีมากๆ จะทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว
    ขั้นที่ 2 รักใคร่ปรารถนา อิงกับสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ ความรักชนิดนี้มีมากจะทำให้เกิดความลุ่มหลง กามารมณ์ หนุ่มสาวจะยึดความรักชนิดนี้เป็นที่พึ่งของชีวิต ยึดติดความใคร่มาใช้ในนามของความรัก จนกลายเป็นความโลภ คือ อยากจะครอบครองใครสักคนให้อยู่ในความควบคุมของเรา พอควบคุมไม่ได้ความรักก็กลายเป็นความร้าย เป็นโศกนาฏกรรม เช่น ทำร้ายคนรัก เผยแพร่คลิปคนรัก สาดน้ำกรดคนรัก เป็นต้น
    ขั้นที่ 3 รักเมตตาอารี ให้เห็นคนทั้งโลกว่า เป็นมิตรแก่เรา
    ขั้นที่ 4 รักมีแต่ให้ รักปัญญาชนไม่คิดจะทำร้ายใคร ไม่หวังผล ซึ่งความรักจะต้องพัฒนาจนปลายทางของความรักแท้ คือ ความกรุณารักที่จะเป็นผู้ให้

    “เนื่องในวันวาเลนไทน์นี้ อาตมาขอให้เด็กและเยาวชน คนไทยทั้งหลาย ยึดความรักที่อาตมากล่าวมาทั้งหมด เป็นแนวทางปฏิบัติ เรียนรู้พัฒนาความรัก ไม่ใช่ไปจมติดกับความรัก”

    รักแท้…
    ” ต่อเมื่อเรามีรักแท้ คือ กรุณา เกิดขึ้นมาแล้ว
    เราจะก้าวข้ามความใจเล็ก คือ ไม่เห็นแก่ตัว
    ก้าวข้ามความใจแคบ คือ รักคนได้ทั้งโลก
    และก้าวข้ามความใจมืด คือ เราจะมีปัญญาที่รู้เท่าทันความเป็นจริงของโลกและชีวิต
    ว่าแท้ที่จริงแล้ว สรรพชีพสรรพสัตว์ทั่วทั้งโลกไม่มีใครเลย
    ที่คู่ควรแก่ความโกรธเกลียดชิง ชังของเรา ”

    ว. วชิรเมธี

    ติดตามเรื่องราวท่าน ว. วชิรเมธี  ได้ที่   facebook  วชิรเมธี

    **********************  Valentine Month  .+-*-+.

     
  • นักเดินทางกลางแสงจันทร์ 2:55 PM on February 6, 2010 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: Valentine   

    Valentine – วาเลนไทน์ 

    Last Valentine

    วาเลนไทน์ผู้คนมากมายต่างเดินเคียงคู่กันตามท้องถนน ดอกไม้ช่อใหญ่อยู่ในมือของหญิงสาวหลายๆคน ร้านค้าต่างๆนั้นล้วนจัดแต่งเป็นสีชมพูหรือไม่ก็แดง ไม่แปลกเลยที่เราจะเห็นภาพเช่นนี้  วันวาเลนไทต์ วันแห่งความรักของคนทั้งโลก เป็นวันที่แสนสุขของใครหลายๆคน วันที่แสนจะธรรมดาของใครๆอีกหลายคน และเป็นวันสุดเศร้าของใครบางคน

    ผมเดินช้าๆเพื่อที่จะได้มองผู้คนต่างๆริมทาง วันแห่งความรักใครกันหนอเป็นคนคิดกันนะ นักบุญวาเลนไทต์ เขาคือใครกัน ตลอดมาผมไม่เคยเชื่อเลยว่าวันวาเลนไทต์จะเป็นวันที่สำคัญสำหรับวัยรุ่นเช่น นี้ ผมคิดมาเสมอว่าวันนี้เป็นวันที่บริษัทขายช็อกโกแลตที่ขายไม่ออกแล้วหรือไม่ ก็พวกชาวสวนที่ยกขึ้นมาอ้าง

    ผมหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ร้านดอกไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยสีสันแห่งความรัก ดอกไม้ต่างๆถูกวางเรียงรายให้เลือกซื้อ ผมหยิบดอกไม้นั้นขึ้นมาดูดอกไม้สีสันสดที่ชวนให้ซื้อ ผมค่อยๆหยิบดอกกุหลาบสีส้มอย่างเบามือ ดอกกุหลาบที่สื่อถึงคำว่า ‘รักเธอเสมอมา’ ผมยื่นดอกไม้นั้นให้พนักงานร้าน ดอกกุหลาบสีส้มถูกจัดแต่งอย่างดีและห่ออย่างสวยงาม ผมยิ้มรับของเหล่านั้นและเดินออกมา

    ผมออกเดินอีกครั้งโดยมีช่อดอกไม้ในมือเฉกเช่นทุกปี ผมยังจำได้เสมอความรู้สึกสั่นไหว ไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกแปลกๆที่เข้ามาในหัวผม มัธยมคือช่วงเวลาที่มีความสุของเด็กวัยรุ่นผมเองก็เช่นกัน รักครั้งแรกของผมและแฟนคนแรกของผม ช่วงเวลาในวัยนี้นั้นสนุกที่สุด

    ผมซึ่งเคยเป็นคนที่เที่ยวเล่นไม่สนใจเรียนกลับ เปลี่ยนเป็นเด็กขยันเพราะคำขอของอีกฝ่าย การนอนตื่นสายคือความสุขอย่างหนึ่งแต่ผมกลับต้องตื่นเช้าเพื่อไปทาอาหารเช้า พร้อมเธอคนนั้น นิสัยโกรธง่าย ใจร้อน ก็ถูกปรับให้เย็นลงบ้างเพียงเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งที่รักรองจากแม่ แต่อย่างว่านิสัยของคนนั้นเปลี่ยนยากแค่ไหน การจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครสักคนนั้นต้องพยายามอย่างหนัก บางครั้งบางครานิสัยเดิมของเราก็มักจะโผล่มาให้เห็น โชคดีก็แล้วไปแต่ถ้าโชคร้ายเรื่องมันคงไม่จบลงดีๆแน่ อย่างเช่นวันนั้น… (More …)

     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก