คิดถึงโรงเรียน


ขึ้นหัวข้อ Blog ด้วยประโยคยอดฮิต เวลาที่คนเราคิดถึงอดีต หรือสถานที่ ๆ ใด ๆ ก็เหมือนจะประกาศให้โลกรู้ว่า “นั่นคือความหลังเมื่อยัังเยาว์”   ทุกครั้งที่นึกถึงความหลัง  ก็มักจะโดนดักคอด้วยคำว่า “คนแก่”     แต่เอาเถอะ ข้าน้อยผู้นี้ยอมรับว่าแก่แล้วจริง ๆ   เมื่อตอนที่ได้ผ่านไปที่โรงเรียน ได้พบกับน้อง ๆ ตัวเล็ก ๆ เรียนชั้นประถม  ก็อดนึกถึงสมัยตัวเองยังเรียนไม่ได้เช่นกัน

น้อง ๆ  เหล่านี้ ต่างเต็มไปด้วยวัยเยาว์ และความฝัน   มีพลังและกำลังแห่งความอยากรู้ อยากเห็น มองไปข้างหน้าด้วยหัวใจอันเบิกบาน และพร้อมจะทำสิ่ิงต่าง ๆ ในวันใหม่ที่อาทิตย์เรืองรองตรงขอบฟ้า  …  ช่างงดงามและใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งนัก

ข้าพเจ้าเคยคิดเสมอว่า ทำไมนะ พวกเรามีตั้งมากมายที่จบจากโรงเรียนแห่งนี้  แต่ ณ วันนี้เงียบเหงาเมื่อกลับไปหา  ไม่มีวี่แววของบรรดาศิษยานุศิษย์  ยังคงเหลือเพียงคุณครูผู้อุทิศชีวิต ที่ยังคงพร่ำสอน  ไม่เคยเปลี่ยนแปลง  ณ จากวันนั้นถึงวันนี้   สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงไป ก็คือลักษณะของสภาพแวดล้อม ที่ดูเหมือนจะแห้งแล้งลงไป ทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา เด็ก ๆ สมัยนี้ กับสมัยที่ข้าพเจ้ายังเรียนนั้น ต่างกันหรือเปล่า ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับตัวเองเมื่อได้พบพวกเขา      ใจหนึ่งก็คิดว่า “คงไม่หรอกนะ  เพราะชนบทของเรา ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า ยังดีกว่าในเมืองเยอะ ”  เรายังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันเสมอ ข้าพเจ้าเชื่ออย่างงั้น  

โรงเรียน เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต ที่ปลูกปั้นจิตวิญญาณมนุษย์ให้สูงส่ง  เป็นอุดมบุรุษในประเทศได้ ก็ล้วนมาจากสิ่งที่ครูอาจารย์เคยพร่ำสอน  วันนี้ข้าพเจ้าจบมหาวิทยาลัยตามระบบการศึกษา   แต่ในความรู้สึกลึก ๆ นั้น การศึกษาที่ยิ่งใหญ่ หาใช่ระบบไม่  แต่เป็นความเื้อื้้ออาทรและเมตตาสั่งสอนจากครูผู้มีแต่ให้  นั่นตังหากที่เป็นความหมายสูงสุดในการเรียนรู้  ไม่สำคัญว่าเรียนที่ไหน จบอะไร  สิ่งสำคัญคือ “ได้อะไร ในกาลเวลา”   ข้าพเจ้าเรียนมานานเหลือเกิน จนเกือบครึ่งชีวิต  รู้สึกตะงิด ๆ ในใจถึงจุดมุ่งหมาย  วันนี้ได้ค้นพบแล้วว่า หาใช่แผ่นกระดาษไม่   แต่เป็นดวงตาแห่งการรู้แจ้ง ถึงความหมายของชีวิต ตังหากเล่า..

ข้าพเจ้าหยุดแล้ว หยุดระบบการศึกษาที่เรียกว่า มหาวิทยาลัย วันนี้ข้าพเจ้าคือบัณฑิตแต่ทางโลก เมื่อจบเขาก็มอบปริญญา และเรียกว่าบัณฑิต    แต่ใครเล่าจะเข้าไปถึงความเป็นบัณฑิตที่แท้จริง   ข้าพเจ้าไม่เรียนต่อแล้วครับคุณครูผู้มีคุณ    ข้าพเจ้าขอใช้ชีวิตที่เหลือ เพื่อระลึกถึงสิ่งที่คุณครูเคยพร่ำสอน  แค่นั้นก็เกินพอกับการมีชีวิตอยู่อย่างมีค่าในโลกใบนี้

ขอฝากความรักและคิดถึง ถึงเหล่าเพื่อนผู้เคยผ่านพบทุกคน ขอให้คิดถึงโรงเรียนเล็ก ๆ ในครั้งยังเยาว์ และยังเขลา  วันนี้คุณได้กลับไปเยี่ยมคุณครูบ้างแล้วหรือยัง?

อุดม  แสนว้าง

่พฤษภาคม 54..