ประวัติช่างเงิน


ประวัติช่างทำเครื่องเงิน

ช่างวัวลาย และชาวศรีสุพรรณ ซึ่งเป็นศรัทธาอุปถัมภ์วัดหมื่นสารและวัดศรีสุพรรณมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ บ้านวัวลาย แขวงเมืองปั่น แถบลุ่มแม่น้ำสาละสิน ฝั่งตะวันตกในสมัยพ พระเจ้ากาวิละ ปฐมกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่ ยกพลจากเมืองเวียงป่าซางเข้ามาตั้งเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 เหนือ ปีรวายสี จุลศักราช 1158 นั้น (พ.ศ. 2336 ปีมะโรง อัฏฐศก ) พลเมืองของเชียงใหม่มีจำนวนน้อยมาก เพราะถูกพม่ากวาดต้อนไปเป็นเฉลยศึกบ้าง หนีภัยสงครามไปซ่อนตัวในป่าบ้าง พระเจ้ากาวิละจึงทรงเริ่มปรับปรุงเมืองและวัดวาอารามที่รกร้างเสียหายเป็น จำนวนมากจึงใช้นโยบายที่ว่า “ เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” พระองค์พร้อมด้วยเจ้านายราชสกุลพี่น้อง จึงเป็นเกณฑ์เสนาไพร่เมือง ออกรบกวาดต้อนเอาพลเมืองจากแคว้นสิบสองปันนา เมืองลื้อ เมืองเขิน เชียงตุง เมืองยอง นำมาไว้ในเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ซึ่งปรากฏในปัจจุบันคือ เมืองเลน เมืองวะ เมืองพยาก เมืองโก อยู่ในอำเภอสันทราย เมืองลอง อยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด เมืองออน เมืองหลอย อยู่ในอำเภอสันกำแพง เชียงแสน เชียงขาง อยู่ในอำเภอสารภี เมืองสาด เมืองกาย เมืองมาง เมืองลัง เมืองเขิน เมืองเงี้ยว เมืองวัวลาย เมืองสะต๋อย อยู่ในอำเภอเมือง ชาวทุ่งอ้อ ชาวตองกาย อยู่ในอำเภอดงจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนชาวยองอยู่ใจเขตจังหวัด ลำพูน สืบมาจนถึงทุกวันนี้

ชื่อบ้านชื่อเมืองเหล่านี้ ส่วนมากชาวบ้านมีวิชาความรู้ด้านศิลปะ ในการทำหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ช่างกระดาษ ช่างเคี่ยน (กลึงไม้) ช่างแต้ม (ช่างดาบ) ช่างระฆัง ช่างคำ (ช่างทำทอง) ช่างทำร่ม ช่างทำเครื่องเขิน ช่างเครื่องเงิน เป็นต้น ช่างเหล่านี้ได้ถูกนำมาไว้ในจั่วเมืองและเขตรอบ ๆ ตัวเมือง เพื่อสร้างความเจริญให้แก่บ้านเมือง จรกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีช่างเหล่านี้หลงเหลืออยู่บ้าง แต่นับวันยิ่งหาล่างฝีมือดียากเข้าทุกที เพราะความเจริญของบ้านเมืองทำให้คนหันไปนิยมของที่มาจากต่างชาติ ในไม่ช้าคงจะไม่มีช่างเหล่านี้ในเมืองเชียงใหม่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของล้าน นาอีกต่อไป เนื่องจากเราลอมวัฒนธรรมของเราเอง มัวแต่หลงมัวแต่มัวเมาอยู่กับวัฒนธรรมต่างชาติโดยกลับเห็นว่ามาดกที่เป็น ของบรรพบุรุษของเราเป็นของล้าสมัย หากยังเป็นเช่นนี้อยู่ก็น่าใจหาย ที่ลูกหลานลืมที่มาของตัวมัวแต่สนใจของต่างชาติ แล้วความเป็นเอกราชทางวัฒนธรรมของเราก็จะไม่มีเพราะวัฒนธรรมไทนถูกย้ำยีด้วย วัฒนธรรมต่างชาติ แล้วอย่างนี้จะไปโทษใครนอกจากโทษตัวเราเอง

ในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่า ชื่อบ้านก็ดี ชื่อวัดก็ดี ในเมืองเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะตั้งตามชื่อของช่างที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในชุมชน นั้น เช่น ช่างลาน ช่างแต้ม อยู่ในชุมชนพวกแต้มในเขตกำแพงเมือง ช่างเงิน อยู่ในชุมชนวัวลาย (งัวลาย) พวกเปี๊ยะ (ช่างดีดพิณน้ำเต้าในปัจจุบัน)อยู่ในชุมชนวัดพวกเปีย ช่างหล่อ อยู่ติดกับถนนช่างหล่อติดคูเมืองเชียงแสนอยู่แถววัดช่างฆ้อง ถนนกำแพงดิน พันตอง ช่างเคี่ยน อยู่แถวบ้านตอบกาย อำเภอหางดง ช่างปั้นอยู่บ้านหนองหาร แก้ววัวลาย อำเภอหางดง ซึ่งเป็นสาขาของบ้านวัวลาย วัดหมื่นสารช่างคำอยู่บ้านช่างคำ อำเภอหางดง ช่างกระดาษ อยู่อำเภอสันป่าตอง ช่างทำร่ม แกะสลัก อยู่อำเภอสันกำแพง เป็นต้น
สำหรับช่างบ้านวัวลาย แต่เดิมอยู่แขวงเมืองปั่น ฝั่งแม่น้ำสาละวิน (แม่น้ำคง) ฝั่งตะวันตก เหตุที่อพยพมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่นั้น ปรากฏในพงศาวดารโยนก และตำนานราชวงศ์ปกรณ์เชียงใหม่ ว่า เมื่อ ศักราช 1161 ปีกัดเม็ด ( พ.ศ. 2342 ปีมะแม เอกศก) พระผู้เป็นเจ้า เกณฑ์เจ้าคำมูล เป็นแม่ทัพ คุมรี้พล 300 ขึ้น ไปตี ฟ้าคำเครื่องถูกสินาค (ปืน) เสียชีวิต ได้เมืองปุมาครอง แล้วเจ้าคำมูลก็เลยยกทัพข้ามแม่น้ำคงไปฟากตะวันตก เข้าตีบ้านวัวลาย สะต๋อย สรอยไร บ้านนาหย่าง ทุ่งอ้อ ได้หมื่นขวาวัวลายและเมียฟ้าคำเครื่อง กวาดต้อนครอบครัวลูกบ้านชาวไพร่ ลงมาใส่เมือง ดังนี้ นับเป็นครั้งแรก ที่ชาวบ้านวัวลายได้อพยพเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และได้บ้านบ้านเรือนอยู่รอบๆ วัดหมื่นสารอละวัดศรีสุพรรณส่วนหนึ่งในปัจจุบันจึงมีนามว่า บ้านหมื่นสารวัวลาย และอีกส่วนหนึ่งเป็นช่างปั้น ได้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านวัวลาย ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง
ในเวลาต่อมา สมัยพระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา เจ้าผู้ปกครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 2 ชาวบ้านวัวลาย แขวงเมืองปั่น ได้ถูกกวาดต้อนมาอีกครั้งหนึ่ง ดังปรากฏในพงศาสดารโยนก และตำนานราชวงศ์ปกรณ์ กล่าวไว้ว่า “จุลศักราช 1180 ปีเปิกยี่ เดือน 4 ออก 6 ค่ำ วันศุกร์ (พ.ศ. 2361) ปีขาน สัมฤทธิ์ศกพระเจ้าช้างเผือก แต่งเจ้าสุวรรณ คำมูล ตนเป็นหลานคุมรี้พล 1000 ยกไปตีพม่า ซึ่งอยู่ที่ปากแม่น้ำปุ พม่ายกทัพถอยหนีไป เจ้าสุพรรณคำมูล และเจ้าเมืองแก้วยกทัพข้ามฝากแม่น้ำคงไปฝั่งตะวันออกข้ามแม่น้ำคงที่ผ่านแดง ดังนี้ นับแต่นั้นมาชาวบ้านวัวลาย ก็ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ และสืบทอดศิลปะการทำเครื่องเงินอันเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึง ปัจจุบัน
จากประวัติของวัดและช่างทำเครื่องเงินอันถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอด กันมาอย่างยาวนาน อนุชนรุ่นหลังควรที่จะสืบสานและอนุรักษ์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ เป็นส่วนหนึ่งที่ได้พยายามสืบทอดเจนนารมย์ของบรรพบุรุษโดยรวมกลุ่มกันดำเนิน กิจกรรมการเรียนรู้ฝึกฝนถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบการเรียนตามอัธยาศัย ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องเงิน อลูมิเนียม และโลหะชนิดอื่น ๆ แก่องค์เครือข่ายและผู้สนใจทั่วไป เพื่อเป็นการส่งเสริมและสืบทอดมรดกชิ้นนี้ตามเจตนารมย์ของบรรพบุรุษสืบไป