บทความ เทิดทูนพระคุณแม่


บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

“แม่”ให้ความรักกับลูกตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกเกิดมาจนถึงวัน สุดท้ายที่แม่จากไป บุญคุณของแม่ทั้งชีวิตลูกก็ตอบแทนไม่หมด
ใกล้ถึงวันแม่แล้ว..อยากให้ลูกๆทุกคนได้อ่านเรื่องนี้และทำสิ่งดีๆเพื่อแม่ ของเราบ้าง
ลองใช้เวลาสัก5นาทีเพื่อมองดูแม่ของเรา แล้วเราคงจะเห็นสิ่งที่พวกเรากำลังหลงลืมอยู่..ใกล้วันแม่แล้วลูกๆทุกๆคนคิด ที่จะทำอะไรให้แม่ของเราบ้าง

มะลิ..ดอกนี้ชื่อมาลี

คำทักทายจากผู้เขียน

สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ในวันแม่12สิงหา ที่โรงเรียนจะเปิดเพลงค่าน้ำนมหน้าเสาธง จนผมต้องร้องไห้โฮออกมาทุกทีเพราะมันแทงใจดำของผม พอเข้าไปในห้องเรียน คุณครูประจำชั้นก็ให้พวกเราทำรายงานส่งโดยให้เขียนเรียงความวันแม่ ซึ่งตอนนั้นผมก็เขียนบรรยายไปตามเรื่องตามราว ว่าแม่เลี้ยงดูเรามาอย่างไร แม่รักเราแค่ไหน ทุกวันแม่ทำอะไร ให้เราบ้าง พร้อมทั้งคัดลอกเพลง”ใครหนอ”รักเราเท่าชีวีมาประกอบเรียงความให้ดูซาบซึ้ง กินใจขึ้น ผลงานของผมได้รับรางวัลเรียงความความดีเด่นจากโรงเรียน แต่ความรู้สึกในใจของผมในตอนนั้น มันไม่ได้เศษเสี้ยวความรักที่ผมมีให้แม่ในตอนนี้เลย

หลายต่อหลายครั้งที่ลูกไม่เอาไหนคนนี้ พบกับปัญหามากแค่ไหน จะล้มลุกคลุกคลานยังไง แต่แม่ก็เป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างลูกเสมอ แม่ให้ความรักกับลูกตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกเกิดมาจนถึงวันสุดท้ายที่แม่จาก เราไป บุญคุณของแม่ทั้งชีวิตลูกก็ตอบแทนไม่หมด ถ้าย้อนเวลากลับมาได้ผมอยากให้แม่กลับมาหาผมอีกสักครั้ง ผมอยากพูดอยากกอดและบอกกับท่านว่าผมรักแม่มากแค่ไหน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะแม่ได้จากผมไปแล้ว ทำไมตอนนี้ผมถึงอยากบอกรักแม่ทุกๆวัน และตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ผมไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำไมผมถึงไม่ยอมบอกรักท่าน ทำไมผมถึงไม่ดูแลเอาใจใส่ท่าน..ให้ความรักและความสุขแก่ท่านให้มากๆ

ขอเป็นกระจกเงาที่จะสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ลูกคนนี้เคยหลงลืมและ ทอดทิ้งแม่ที่มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงไป ผู้เขียนหวังว่า เรื่องราวชีวิตในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ท่านผู้อ่านได้บ้าง วันเวลาในอดีตไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด รักและดูแลเอาใจแม่ของเราให้มาก อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะวันหนึ่งเมื่อแม่ได้จากเราไป เราจะมาเรียกร้องขอโอกาสอีกคงไม่ได้ ช่วยกันสร้างความสุข รอยยิ้ม ความทรงจำที่ดีงามให้กับคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิต….ขออำนาจคุณพระศรีรัตน ตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกปกป้องคุ้มครองให้คุณแม่ทุกๆท่านมีสุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรงและมีความสุขสดชื่นสมหวัง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานไปนานๆ

รักแม่

มิสเตอร์M

แด่…แม่ของลูกๆทุกคน..

ขอเกิดเป็นลูกของแม่..

ทุกชาติไป

“สีขาว”

เปรียบเสมือน

“ความรัก”

อันบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ของแม่

ดอกมะลิ

ประโยชน์ของดอกมะลินอกจากจะร้อยเป็นมาลับบูชาพระแล้ว..

ดอก : มีสรรพคุณแก้อาการท้องร่วง

ราก : เป็นยาแก้ปวดกระดูก ปวดกล้ามเอ็น ปวดฟัน

ใบสด : นำมาตำให้ละเอียดช่วยรักษาแผลพุพอง

ต้น : ใช้รักษาโรคคุดทะราด ขับเสมหะ แก้ร้อนใน

ดอกมะลิจึงมีคุณค่าเอนกอนันต์

ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่
ทุกๆวันที่ผมกลับมาถึงบ้านจะพบ..
กระดาษโน๊ตชิ้นหนึ่ง
แปะไว้บนตู้เย็น
“กับข้าวแม่เก็บไว้ให้ในตู้นะลูก”

ก้นบึ้ง

“นั่งสมาธิลืมตาให้นิ้วชี้ไปที่กลางอกคือบริเวณฐานของจิต ให้จิตสงบและอยู่ในภวังค์ ”
เสียงพระอาจารย์บอกให้ผู้ปฎิบัติธรรมเจริญภาวนาเพื่อให้จิตให้สงบ

เหงื่อเม็ดเป้งๆก็ผุดออกมาจนเปียกชุ่มหน้าผมไปหมด หูผมในตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงพระอาจารย์อีกต่อไปในสมองกลับมีภาพซ้อนๆกันนับ หมื่นนับแสนประดังประเดกันเข้ามาจนหัวผมแทบจะระเบิด ภาพความทรงจำเก่าๆที่ผ่านมาในวัยเด็กไม่รู้ว่ามันมาจากไหนและมันมาได้ยังไง มันคงถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของก้นบึ้งมานานแสนนาน

ภาพ เด็กน้อยก็นั่งดูทีวีร่วมกับเด็กคนอื่นๆอยู่ในบ้านหลังหนึ่งมี ผู้หญิงใจยักษ์คนหนึ่งกระแทกปิดทีวีเครื่องนั้นด้วยความฉุนเฉียว ภาพนั้นค่อยๆจางหายไปเปลี่ยนมาเป็นภาพผู้หญิงวัยกลางคนกำลังแบกตะกร้าจ้ำ เดินในความมืด ใบหน้าผู้หญิงคนนี้ค่อยๆแจ่มชัดขึ้นมา “แม่” ภาพนั้นค่อยจางหายไปเป็นภาพผู้หญิงวิ่งเอาไม้เรียวไล่ตีเด็กน้อยคนหนึ่ง …น้ำตาผมก็ไหลออกมาทั้งๆที่นั่งหลับตาอยู่

10วันก่อนหน้านี้…

ติ๊ด..ติ๊ด..เสียงเครื่องวัดการเต้นของหัวใจวิ่งเป็นกราฟขึ้นลง

ผู้หญิงแก่อายุ70ใบหน้าตอบผิวหนังที่เหลือเพียงห่อหุ้มกระดูกนอนหลับไม่ได้ สติอยู่บนเตียงนอนในห้องไอซียู มีสายยางแทงเข้าไปทางรูจมูกทั้ง ที่คอมีรูเจาะสำหรับให้อาหารทางสายยาง ที่แขนมีรอยเข็มที่เจาะจนพรุนไปหมด หัวเตียงมีขวดน้ำเกลือและขวดเลือดที่แขวนอยู่กับเสาเหล็กปล่อยให้น้ำเกลือ และเลือดในขวดนั้นไหลไปยังแขนทั้งสองข้าง

“แม่”เสียงมันสั่นในคอ น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่ต้องสั่ง ผมนั่งลงข้างเตียง

“เจี๊ยบมาแล้ว แม่ไม่ต้องกลัวนะเจี๊ยบอยู่กับแม่แล้ว”ผมเอามือของแม่ขึ้นมากุมไว้

เหตุการณ์ที่ช็อคอารมณ์ยังไม่จางไปจากหัวของผมเลย มันเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเช้าระหว่างที่ผมนั่งทำงานอยู่ในห้อง

“พ่อน้องแชมป์ๆ”เสียงร้องตะโกนของคนข้างบ้าน

“ยายแกเป็นอะไรไม่รู้ล้มอยู่หน้าบ้าน”สิ้นเสียงตะโกนบอก

ผมก็รีบลุกออกไปดูแม่ที่หน้าบ้าน ภาพที่ผมเห็นแม่นอนคว่ำหน้าลงอยู่ตรงริมฟุตบาททางเดิน ผมรีบเข้าไปประคองอุ้มแม่ ให้นอนหงายบนตัก แม่ไม่รูสึกตัวมือกำแน่นผมเขย่าตัวแม่หลายครั้งแต่แม่ไม่ขานตอบ

“ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อย” ผมบอกคนข้างบ้านที่สนิทกัน ผมอุ้มแม่ขึ้นไปบนรถแท็กซี่

” ไปโรงพยาบาลครับ” แม่นอนอยู่ในอ้อมกอดผมเสียงหายใจแม่ดังพอๆกับเสียงก่น แม่กัดปากตัวเองแน่นจนผมกลัวว่าแม่จะกัดลิ้นตัวเองผมจึงถอดฟันปลอมของแม่ออก มาเก็บไว้

” แม่ๆ” ผมเรียกแต่แม่ก็ไม่ตอบรับกลับมา ผมน้ำตาไหล กลัวแม่จะเป็นอะไรไป

“ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว แม่อดทนอีกนิดนะเดี๋ยวคุณหมอท่านก็จะช่วยให้แม่หาย” พอถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็ออกมาช่วยกันอุ้มแม่ขึ้นไปวางบนรถเข็น เสียงหมอบอกให้เอาเข้าห้องไอซียูทันที หลังจากเข้าไปในห้องไอซียูประมาณ15นาทีพยาบาลก็เดินมาหาผม ถามว่าเป็นญาติของผู้ป่วยใช่ไหมมีบัตรทองหรือบัตรประกันสังคมหรือเปล่า ผมบอกไม่มี พยาบาลบอกว่าให้ผมไปทำประวัติผู้ป่วยตรงเวชระเบียง ผ่านขั้นตอนการทำประวัติผู้ป่วยและเซ็นชื่อรับรองต่างๆจนเสร็จสิ้นแล้วผมก็ มานั่งรอ พยาบาลคนเดิมเดินมาคุยกับผม เพื่อแจ้งว่าอาการของแม่หนักมากต้องผ่าตัดด่วน ผมตกใจมากตั้งสติได้ผมก็รีบตอบตกลงทันที

ผมเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องไอซียู เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนได้ยินเสียงพยาบาลพูดว่าคนป่วยปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“แต่คุณควรกลับบ้านก่อนเพราะคุณหมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยม”

“พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่นะค่ะ”

คืนนี้ผมนอนไม่หลับ ผมเสียใจ กลัวจะเสียแม่ไป ภาพที่เห็นแม่ล้มคว่ำหน้าลงไปนอนสลบอยู่ที่พื้นยังตามมาวนเวียนอยู่ในหัวของ ผม ก่อนแม่จะล้มลงตรงหน้าบ้านเราสองคนทะเลาะกัน แล้วแม่ก็เดินร้องไห้ออกจากบ้านไป

สาเหตุที่ผมกับแม่ทะเลาะกัน เพราะผมเห็นแม่เดินไปเก็บของที่คนอื่นทิ้งแล้วในถังขยะเอามาไว้ในบ้านอีก แล้ว ผมบอกแม่หลายครั้งแล้วว่าไม่ให้เก็บของพวกนี้มา แม่ชอบเสื้อผ้าเก่าๆที่เขาใช้แล้วเอามาซักซะใหม่เอี่ยม แล้วแม่ก็เก็บของเล่นเก่าๆ มาล้างเพื่อเก็บไว้ให้ลูกชายผมเล่น

“เอาไปทิ้งเถอะแม่เสื้อผ้าของใครก็ไม่รู้ เชื้อโรคเยอะแยะ”ผมอธิบาย

” ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน”แม่เถียงยืนยันว่าจะเอาไว้ ไม่ยอมจะให้เอาไปทิ้ง

5ปีมาแล้วที่แม่ ป่วยเส้นโลหิตในสมองแตก การเจ็บป่วยครั้งนั้นส่งผลให้ที่แม่เป็นอัมพฤกต์ครึ่งซีกซ้าย แขนซ้ายและขาซ้ายแม่ใช้งานไม่ได้ต้องใช้ไม่เท้าช่วยค้ำเดิน และประสาทที่สั่งการในการออกเสียงของแม่ตายใช้งานไม่ได้ดั่งเดิม แม่พูดออกเสียงได้แต่ฟังไม่รู้เรื่อง แม่จะพูดได้แค่คำว่า ” ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน” ผมจะฟังแม่พูดประกอบเรื่องราวนั้นๆแล้วเดาเอาว่าแม่ต้องการจะบอกอะไรผม

” เอาไปทิ้งนะแม่ เก็บมาทำไมอีก ชาวบ้านเขานินทาทุกวัน เบื่อจังเลยพูดเท่าไหร่แม่ก็ไม่เชื่อ”ผมพูดด้วยน้ำเสียงใส่อารมณ์ เพราะเอือมระอากับความดื้อรั้นของแม่

” ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน”แม่ร้องไห้ แล้วก็ดินถือไม้เท้าค่อยๆลากเดินออกไปนอกบ้าน

ผมนอนปราดน้ำตา มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกผิด ผมอยากจะขอโทษแม่ที่ทำให้แม่เสียใจร้องไห้ ผมรู้ว่าแม่อยากจะช่วยทำอะไรบ้าง เพราะแม่ไม่เคยอยู่เฉยมาตลอดชีวิตของผมตั้งแต่เล็กจนโตผมก็เห็นแม่ทำแต่งาน เพื่อผมมาตลอด

รุ่งเช้าผมมาที่โรงพยาบาลแต่เช้านั่งรอจนถึงบ่าย พอรู้ว่าคุณหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ผมก็รีบเปลี่ยนชุดที่โรงพยาบาลจัดให้ เฉพาะญาติที่จะเข้าเยี่ยมคนป่วยในห้องไอซียู ผมเดินหาเตียงที่เขียนชื่อของแม่ ระหว่างที่ผมกำลังจะนั่งลงข้างๆเตียงของแม่ พยาบาลก็เดินเข้ามาหาผม

” คุณเป็นญาติของผู้ป่วยใช่ไหมค่ะ ”

” ครับ ” ผมตอบ

” มาเยี่ยมคราวหน้าเตรียมกระดาษทิชชูและก็แพมเพิร์สมาด้วยนะค่ะ”

“ได้ครับ..คุณพยาบาลครับ”

“แม่ผมเป็นอย่างไรบ้างครับ..ท่านเป็นโรคอะไร” ผมถามด้วยความเป็นห่วงแม่

“น้ำท่วมปอดค่ะ และตอนนี้ปอดติดเชื้อ ต้องรอดูอาการอีกสักพัก คุณหมอถึงจะจัดยาฆ่าเชื้อได้ ”

” แล้วแม่ผมจะหายไหมครับ “ผมถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“อาการท่านดีขึ้นมากแล้วค่ะ เดี๋ยวขอเจาะเลือดไปตรวจอีกทีนะค่ะ ” ระหว่างที่เจาะเลือดพยาบาลก็บอกว่าเจาะไปแล้วไม่เจอเส้นเลือดเลย ต้องหาหลายเส้นเลือดที่จนแขนแม่เป็นรอยเข็มไปหมดน่าสงสารเหมือนกัน

วันนี้พี่สมใจ พี่สาวต่างพ่อของผมกับเบญ เปิ้ล เต่า จิ๊บ ลูกๆของพี่ใจมาเยี่ยมแม่

“หวัดดีกู๋(น้า)เจี๊ยบ” หลานทั้งสี่คนยกมือไหว้ผม

ผมพยักหน้ารับ

” แม่เป็นยังไงบ้าง” เสียงพี่สาวผมถาม

” หมอบอกว่าต้องดูอาการก่อน ถึงจะให้ยาถูก ” ผมอธิบาย

” แม่หลานๆมาเยี่ยม” ผมบอกเพราะ แม่คงดใจที่ลูกหลานมาเยี่ยม
….

“กำหนดลมหายใจเข้า-ออก” เสียงพระอาจารย์สั่ง

ผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่ การนั่งวิปัสสนากรรมฐานเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะหวังพึ่งให้เกิดปาฎิหาริย์หวัง ที่จะได้บุญกุศลจากการมานั่งพาเพ็ญบุญบารมีในครั้งนี้ได้ส่งอานิสงฆให้แม่ ของผมฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

” เข้า-หนอ ออก-หนอ” ผมกำหนดลมหายใจของตัวเองให้เป็นจังหวะเพื่อให้จิตมีสมาธิทำจิตใจให้สงบแต่ ภาพที่เข้ามาในหัวของในตอนนี้มันสับสนวุ่นวายไปหมด

“แม่คือพรหมวิหาร 4 ของลูก”เสียงพระอาจารย์ดังแว่วเข้ามาหูแม้ตาจะหลับกายจะนั่งขัดสมาธินิ่งแต่ ใจกลับทุรนทุราย”แม่มีความ เมตตา – อยากให้ลูกเป็นสุข” เสียงพระอาจารย์พูดดังก้องเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“แม่มีความกรุณา – ช่วยเหลือลูกให้เป็นสุข, แม่มีมุทิตา – ยินดีเมื่อลูกเป็นสุข …เป็นความรู้สึกจากเนื้อแท้ ต่างจากมุทิตาของเพื่อที่มีต่อเราอาจจะแค่ยินดีแค่ปาก แต่ใจเจือด้วยความอิจฉาอยู่ภายใน แต่แม่ของเรานั้นไม่มีความอิจฉาริษยาใด ๆ ต่อลูกเลยเมื่อลูกได้รับสิ่งที่ดีๆในชีวิต แม่ก็มีแต่ความสุขความยินดีเท่านั้น3ประการนี้แม่สอบผ่านด้วยคะแนนเต็มแต่ ข้อสุดท้าย อุเบกขา – ข้อนี้แม่สอบตก เพราะยากจะหาแม่คนใดวางเฉยในความทุกข์ของลูกได้ ลูกทุกข์แม่ก็ทุกข์ด้วย” น้ำค่อยๆไหลออกมาจากสองตา

ภาพแม่ที่ฉีกยิ้มด้วยความดีใจและเป็นสุขในวันที่ผมได้รับปริญญาจางหายไปเป็น ภาพแม่ที่แม่ร้องไห้ที่พี่ชายผมยอมไปรักษาตัวที่ถ้ากระบอก แม่ดีใจที่ลูกจะได้มีชีวิตใหม่ จิตผมเตลิดไปทั่วผมเห็นภาพขบวนขันหมากมี ผมกับญาติๆเป็นคนช่วยกันกั้นประตูเงินประตูทอง วันนี้เป็นอีกวันที่แม่มีความสุขที่เห็นลูกสาวของแม่แต่งงานมีครอบครัว

“อุเบกขาของแม่ที่มีต่อลูกนั้นนับว่าประเสริฐหาที่เปรียบมิได้”เสียงพระ อาจารย์ดึงสติผมกลับเข้ามา

“แม่จะมอบความรักแก่ลูกๆเท่าเทียมกัน คอยสอดส่องดูแลทุกข์สุขของลูกมิได้ขาด เลี้ยงดูจนลูกๆเติบใหญ่จนช่วยเหลือตนเองได้ จึงวางใจปลอยให้ลูกดำเนินชีวิตตามแนวทางของตนเองได้ แต่ใจแม่ก็ยังคอยเป็นห่วงเป็นใยลูกเสมอคอยสดับตับฟังข่าวคราวของลูกด้วยใจจด จ่อและพร้อมจะยืนมือเข้าช่วยเหลือถ้าลูกต้องการ ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหนแต่ลูกก็ยังเป็นเสมือนเด็กที่แม่จะคอยห่วงใยเสมอมิได้ ขาด และไม่ว่าลูกจะเป็นคนชั่วคนเลวแค่ไหน แม่ก็ยังรักยังให้อภัยลูกของแม่ได้เสมอ ความเป็นแม่เป็นลูกตัดกันไม่ขาด” ผมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

วันนี้ผมอยู่ที่นี่อีกไม่ได้ ผมเก็บข้าวของและเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าไปกราบลาพระอาจารยกลับไปดูแลแม่ที่โรง พยาบาล ผมอยู่ไปก็ไม่สามารถทำใจให้มีสมาธิสงบเยือกเย็นได้ ” ผมเป็นห่วงแม่”

3วันก่อนหน้านี้…

“คุณหมอเชิญให้ญาติไปพบค่ะ” พยาบาลเดินเข้ามาบอกผมทันทีที่เห็นเข้าไปเยี่ยมในห้องไอซียู

ผมไปพบหมอที่ห้อง…คุณหมอเล่าอาการให้ฟังว่าจากอาการครั้งก่อนที่แม่เคย เป็นอัมพาตเซลล์สมองที่ตายไปหมดกว่าครึ่งทำให้อาการป่วยครั้งนี้ของแม่หนัก มาก การฟื้นตัวจึงเป็นไปได้กว่าคนปกติ อาการติดเชื้อในปอดหมอได้ให้ยาจนอาการก็ค่อยๆดีขึ้น แต่ประสาทสมองนั้นไม่รู้ว่าจะกลับทำงานได้ตามปกติไหม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องทำใจ อาจจจะไม่รู้สึกตัวไปตลอด

” แล้วแม่ผมมีโอกาสจะหายและรู้สึกตัวอีกไหมครับ” ผมถามหมอ

” ถ้าจะให้หมอพูดตรงๆคงมีโอกาสน้อยมาก หมออยากให้ญาติทำใจไว้ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคแบบนี้มันค่อนมากเพราะต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลานานมาก แต่ถ้าญาตไม่ไหวจริงๆจะยอมตัดใจปล่อยให้ท่านไปจากเราไปอย่างสบายก็ได้ครับ อยู่ที่ญาตจะตัดสินใจ”

” ผมอยากให้แม่อยู่กับผมต่อไปครับ ผมอยากให้แม่อยู่กับผมไปนานๆ”มาถึงตอนนี้สียงผมเริ่มสั่น

” ค่อยๆคิดนะครับ ถ้ายังยืนยันว่าจะดูแลผู้ปวยต่อไป หมอคงให้อยู่ที่โรงพยาบาลได้สักระยะเวลาหนึ่ง พอเรียนรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นได้แล้ว คงต้องรับกลับไปรักษาตัวที่บ้านต่อไป เดี๋ยววันนี้หมอจะอนุญาตให้คนป่วยออกจากห้องไอซียูได้”

“ขอบคุณครับ”ผมยกมือไหว้และลาหมอกลับอกมา

” หมอว่ายังไงบ้าง”…พี่สาวถามเมื่อเห็นผมดินออกมาจากห้องหมอ
” หมอบอกว่า แม่จะต้องเป็นเจ้าหญิงนิทรา..ให้ญาตตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ท่านจากเราไปอย่าง สงบหรือว่าจะดูแลรักษากันต่อไป ถ้าดูแลรักษากันต่อไปก็ต้องพาแม่กลับไปรักษาตัวที่บ้านเพราะโรคนี้ต้องใช้ เวลานานในการักษา อยู่ที่โรงพยาบาลจะเสียค่าใช้จ่ายสูง ให้พากลับไปดูแลที่บ้านจะสะดวกกว่า เพราะจะมีญาตดูแลได้อย่างใกล้ชิด”

“แล้วเอ็งว่าไง”พี่สาวผมถามพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา

“ฉันจะดูแลแม่เอง..อยากให้แม่อยู่กับเราให้นานที่สุด”เสียงผมสั่นน้ำตาผม เริ่มจะไหลตาม

“แต่อาคิ้วกับอากิมบอกว่าปล่อยให้แม่ไปดีเถอะ คราวก่อนอาเจ๊กล้มหัวฟาดพื้นก็เป็นเจ้าชายนิทราแบบนี้หมดเงินค่ารักษาไปเป็น ล้านเลย ทรมานทั้งคนเจ็บและสร้างความทุกข์ให้กับลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่” พี่สาวผมบอก

“แต่ฉันจะฆ่าแม่ไม่ได้” ถึงตอนนี้ผมน้ำตาไหลออกมาด้วยความน้อยใจและความโกรธที่ญาตๆพากันจะทิ้งแม่ กันแบบนี้
“ฉันจะหาเงินมารักษาแม่เอง ไม่ได้ขอใครสักหน่อย ฉันอยากจะให้แม่อยู่กับพวกเราไปนานที่สุด”

” ก็ตามใจเอ็ง ข้าให้เอ็งตัดสินใจ” พี่สาวผมบอก..ผมรู้ว่าพี่สาวผมก็คงอยากให้แม่หายและมีชีวิตอยู่กับพวกเรา นานๆเหมือนกัน

” เดี๋ยววันนี้หมอเขาจะย้ายแม่ออกจากห้องไอซียูนะ ไปอยู่ห้องผู้ป่วยทั่วไปช่วงนี้ถ้าพี่ใจไม่มีงานก็เฝ้าแม่ผลัดกับพวกไอ้เต่า ไอ้เปิ้ลไอ้เบญมันนะ เพราะพรุ่งนี้ฉันจะไปนั่งวิปัสสนาสัก3วัน จะอุทิศบุญขอให้แม่หายไวๆ” ผมบอกกับพี่สาว

” เออเอ็งไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะเฝ้าแม่เอง”

ผมกลับเข้ามานั่งในห้องไอซียูมองใบหน้าแม่ที่หลับอยู่พร้อมก้มลงกราบแม่ และสวมกอดแม่ในตอนที่แม่ปกติผมไม่เคยได้แสดงออกว่ารักแม่เลย

เกือบ1อาทิตย์ที่แม่อยู่ ในห้องไอซียู ผมเห็นนางพยาบาลที่มาคอยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่และให้อาหารทางสาย ยางแม่ทุกวัน

“เวลาพาคุณแม่กลับไปบ้าน คุณต้องพลิกตัวให้ท่านบ่อยๆ ระวังท่านจะเป็นแผลกอทับที่หลังเพราะถ้านอนนานๆทำให้แผลเน่าได้” พยาบาลอธิบายขั้นตอนต่างๆให้ผมฟังในขณะที่ค่อยๆเอาผ้าเช็ดตัวให้แม่จนเสร็จ แล้วก็รูดฉากมากั้นรอบเตียงเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แม่

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่เสร็จแล้วพยาบาลก็เข็นรถเอาอุปกรณ์กลับไป ผมค่อยๆเทแป้งฝุ่นลงในฝ่ามือทาไปที่บนใบหน้าแม่อย่างเบาๆ แล้วหยิบหวีมาหวีผมให้แม่สังเกตเห็นผมสีขาวโพลนแล้วผมก็ยิ่งสะท้อนใจ
“แม่ ” ผมกระซิบเรียกแม่เบา ๆ ที่ข้างหู
“เจี๊ยบจะไปนั่งวิปัสสนา3วัน แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวพี่ใจจะให้เบญกับเปิ้ลมาเฝ้าแม่นะ”

เจ้าหน้าที่2คนเข็นรถพร้อมเปลยาวเข้าไปในห้องไอซียู เขาอุ้มร่างที่ไร้สติของแม่ขึ้นไปบนรถเข็น แล้วพาเข็นออกมาจากห้องไปตรงหน้าลิฟส์ ผมเดินตามออกมาเงียบๆ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้แม่เห็น กลัวแม่จะไม่สบายใจ ผมแอบยืนร้องไห้อยู่หน้าห้องไอซียู เจ้าหน้าที่พาแม่มาที่ห้องผู้ป่วยรวมบริเวณชั้น5แล้วเจ้าหน้าที่ก็อุ้มแม่ นอนบนเตียงจัดการเสาเหล็กที่แขวนน้ำเกลือและขวดเลือดให้เข้าที่เข้าทางอยู่ ข้างๆหัวเตียงใหม่

ผมมองร่างแม่ที่กำลังหลับอยู่ แม่คงเหนื่อย กับการเลี้ยงดูผมมาจนตลดชีวิต ใกล้ถึงเวลาไปสำนักวิปัสสนา ผมเดินออกมาห้องผู้ป่วยไปที่ลิฟต์ แต่ผมเปลี่ยนใจหันมาเดินลงบันไดแทน ขาผมเดินไป เรื่อยๆอย่างอ่อนแรง ความรู้สึกของผมในตอนนี้มันเคว้งคว้างไปหมด

….อยู่ๆน้ำตามันก็ค่อยๆไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

***************************

หมายเหตุ
1. แม่เป็นพระพรหมของลูก
แม่มีพรหมวิหารสี่ อันประกอบด้วย ความเมตตา คือ ความรัก ความปรารถนาดีต่อลูก ความกรุณา คือ มีความเห็นอกเห็นใจลูกอย่างแท้จริง เมื่อลูกประสบความสำเร็จหรือเจริญก้าวหน้าก็มีมุทิตาจิต คือยินดีอย่างจริงใจ ครั้นลูกผิดพลาด ก็มีใจอุเบกขา คือไม่ซ้ำเติม และให้กำลังใจแก่ลูก

2. แม่เป็นครูคนแรกของลูก
แม่สั่งสอนลูกเสมอให้ลูกเป็นคนดี มีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

3. ครรภ์ของแม่คือบ้านหลังแรกของลูก
ครรภ์ของแม่ เป็นที่อาศัยนอน ที่กิน ที่ขับถ่าย บ้านหลังแรกที่แม่ให้ลูกอยู่โดยไม่คิดค่าเช่า ถึงเก้าเดือนเต็ม

4. แม่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่คือให้ชีวิตลูก
วันที่ลูกเกิดแม่ต้องแลกด้วยชีวิตของท่าน แม่ลืมความเจ็บปวดเป็นปลิดปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าลูกปลอดภัย

5. แม่คือผู้ปกป้อง
อ้อมแขนที่ปรานีและให้ไทอุ่นของแม่มันช่างอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อม อกแม่

มาลีดอกฟ้า

หลังจากกราบลาพระอาจารย์เสร็จผมก็เดินออกมาจากสำนักปฎิบัติธรรม เรียกรถแท็กซี่ตั้งใจจะไปเยี่ยมแม่ในทันที

“แม่เป็นยังไงบ้าง”ผมโทรศัพท์ถามพี่สาว

“ก็ยังไม่รู้สึกตัวเหมือนเดิม” พี่ใจตอบ

“ฉันกำลังจะไปเยี่ยมแม่นะ”

“กลับบ้านไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาก็ได้ เบญกับเปิ้ลมันนอนเฝ้าแม่อยู่ พรุ่งนี้มาอย่าลืมซื้อแพมเพิร์สมาให้แม่ด้วยล่ะ แพมเพิร์สหมดแล้ว ในโรงพยาบาลเขาขายแพง”

“ได้ พรุ่งนี้จะซื้อไปให้”

ทันทีที่ลงจากรถก้าวเข้ามาในบ้าน ผมมองดูบ้านไม้หลังเก่าบรรยากาศเดิมๆแต่ทำไมความรู้สึกของเรากลับรู้สึกว่า บ้านที่มันขาดหายบางสิ่งบางอย่างไป

บ้านที่ขาดแม่ไปตอนนี้มันดูเงียบเหงามากๆ เมื่อก่อนจะได้ยินเสียงแม่พูดว่า”ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน”เวลาที่แม่ต้องการ ให้ทำอะให้ซื้ออะไรให้ เหลือแม้แต่เวลาแม่จะบ่นผมและลูกผมแม่ก็จะพูดว่า “ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน”แต่น้ำเสียงแม่จะลากเสียงยาวให้ลูกชายแม่และหลานชาย ของแม่ ได้รู้ว่าพ่อลูกสองคนนี้ทำอะไรไม่เป็นระบบระเบียบเลย สอนไม่รู้จักจำทั้งไอ้เจ้าตัวโตพ่อและไอ้เจ้าตัวเล็กลูกชาย น้องแชมป์ลูกชายผมชอบทำเสียงล้อเลียนแม่ “ตู้ๆตี้ๆไปบ้านไปบ้าน” เวลาที่ย่าชอบบ่น จนแม่เองก็อดขำกันไม่ได้เราสามคนหัวเราะกันสนุกเสียงดังไปทั่วบ้านเลย

ตอนนี้บ้านขาดแม่แต่เมื่อก่อนบ้านขาดลูกๆ แม่คงจะเหงามากกว่าที่ผมเหงาอยู่ในตอนนี้ ผมละเลยทอดทิ้งแม่ให้อยู่บ้านคนเดียวมานาน โดยที่ไม่เคยจะรู้เลยว่าแม่จะต้องทนเหงาแค่ไหน

ผมเริ่มทอดทิ้งแม่ให้ทนเหงาอยู่คนเดียวก็ตั้งแต่ตอนที่ผมเรียนอยู่มหาวิทย่ล ัย เกือบ4ปีที่ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน ผมจะอาศัยอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัย

อีกครั้งก็ตอนที่ผม ไปมีครอบครัวที่จังหวัดเชียงราย

ล่าสุดก็ตอนที่ผมเปิดบริษัท ผมไปเช่าคอนโดอยู่ใกล้ออฟฟิศเพื่อสะดวกในการเดินทางไปทำงาน

จะว่าไปช่วงนี้2-3ปีนี้ผมกับแม่ได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกันมากที่สุด ถึงแม่จะเป็นอัมพฤกต์แต่แม่ก็ช่วยดูแลน้องแชมป์ตั้งแต่ยังเล็กๆ เพราะผมมีบริษัทส่วนตัวต้องทำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ตั้งแต่ผมเรียนมหาวิทยาลัยเป็นต้นมาจนถึงทำงานเป็นนักข่าว ผมก็เรร่อนไปเรื่อยด้วยวัยอันโลดโผนของผม แม่คือผู้หญิงที่ผมหลงลืมไป ทั้งๆที่แม่คือผู้หญิงคนแรกที่ผมเจอและเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่จะอยู่เคียง ผมตลอดเวลา กว่าผมจะรู้ว่าผมทอดทิ้งแ ม่ไปก็เมื่ออายุย่างเข้า40ปี

” คุณจะลองอุ้มลูกดูไหมค่ะ”

” ครับ”

” ค่อยๆอุ้มนะค่ะ แกหลับอยู่ ” พยาบาลอุ้มเด็กตัวน้อยๆส่งให้ผม

” ลูกพ่อ ” ผมค่อยๆประคองเด็กน้อยในอ้อมกอดน้ำตาผมค่อยซึมๆที่ดวงตา

” พ่อรักหนูนะ” ผมบอกกับลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอดเบาๆ วันที่ผมมีลูกผมถึงซึบซับความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ได้ดี น้องแชมป์ดิ้นไปมาเบาๆ แกบิดขี้เกลียดในขณะที่หลับตาพริ้ม หัวใจผมรู้สึกอิ่มเอม และรู้ถึง ความรักที่พ่อแม่ทุกคนพร้อมจะให้ลูกๆได้เป็นอย่างดี ผมเข้าใจถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูก เมื่อผมได้รับบทบาทเป็นคุณพ่อเสียเอง

………

“ย่าละพ่อ”

“ย่าอยู่โรงพยาบาล”

“ย่าหายยัง”

“ย่ายังหลับอยู่ แต่อีกไม่นานพ่อจะรับย่ากลับมาอยู่บ้านแล้ว”

“พ่อไม่อยู่บ้าน3วันน้องแชมป์ไปอยู่กับแม่นางเป็นยังไงบ้าง”

“แม่นางพาหนูไปกินไก่KFCและก็ไปเที่ยวห้างมา”

ผมกับอดีตภรรยาเลิกกัน แต่ความรักและความเป็นห่วงลูกยังมีอยู่หมือนเดิม เราตกลงกันว่าเราจะช่วยกันดูแลน้องแชมป์เพราะไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย ถ้าวันไหนใครมีธุระหรืองานเร่งด่วน อีกฝ่ายก็จะช่วยกันรับลูกไปดูแล

ผมเกิดมาโดยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลย ผมตั้งใจไว้ว่าโตขึ้นมาผมจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์อบอุ่น แต่ผมก็ทำไม่สำเร็จ ผมจึงไม่อยากให้ลูกขาดพ่อหรือขาดแม่คนใดคนหนึ่งไป ถึงแม้น้องแชมป์จะอยู่กับผม แต่เมื่อใดที่แม่เขาคิดถึงก็สามารถจะมารับและพาลูกไปอยู่ด้วยได้ตลอดเวลา

และเราสองคนก็ช่วยกันสั่งสอนให้ลูกรักพ่อแม่ ไม่อยากให้ลูกต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือใครเป็นฝ่ายถูกที่สำคัญการสอนลูก ให้เกลียดพ่อหรือเกลียดแม่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ในระหว่างที่ผมค้นหาเสื้อผ้าสวยๆของแม่ในตู้เพื่อจะเตรียมเอาไปไว้ให้แม่ เปลี่ยนใส่กลับบ้าน ตอนวันออกจากโรงพยาบาล ผมก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้สักเก่าๆใบหนึ่งที่แม่ชอบเก็บของสำคัญๆต่างๆไว้

ผมหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมาเปิดออกดู

มีรูปเก่าๆเล็กๆใบหนึ่ง ผมหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู เป็นรูปของแม่ตอนสาวๆ แม่เป็นผู้หญิงที่สวยมาก รอยยิ้มของแม่ดูอ่อนหวานและอ่อนโยน

“ทำไมแม่ถึงชื่อมาลีครับ” ผมนึกถึงครั้งที่เคยถามแม่ในวันหนึ่งเมื่อเห็นแม่นั่งเก็บรูปถ่ายของแม่และ สมุดพกของผมลงในกล่องไม้สักเก่าๆใบหนึ่ง

“เมื่อก่อนแม่ไม่ได้ชื่อนี้นะ” แม่หันมาตอบ

“อ้าวเหรองั้นแม่ชื่ออะไรล่ะ”

“ชื่อเง็กหง..ก๋งของลูกตั้งให้แม่”

“รูปนี่สวยจัง แม่ถ่ายนานหรือยัง” ผมหยิบรูปแม่ยังสาวขึ้นมาดู

“แม่ถ่ายตอนสาวๆ แถวที่คลองเตย”

“แล้วยังมีรูปแม่สวยๆอีกไหม”

“มีเหลือแค่รูปเดียว หายไปหมดตอนไฟไหม้บ้านตอนนั้น”

“แม่สวยแบบนี้ตอนสาวๆมีคนมีจีบเยอะไหม”

“มีคนมาชอบแม่เยอะ แต่แม่ไม่ชอบ ” แม่พูดถึงเรื่องเก่าๆผมเห็นตาแม่แดงๆ

“แล้วแม่พบกับพ่อพี่แก้วตอนไหน” ผมถามรักครั้งแรกของแม่ก่อนที่แม่จะมาเจอพ่อของผม

“ก๋งจะหาผู้ชายแต่งงานให้แม่ แต่แม่ไม่ชอบ ก๋งเลยโกรธ ตัดพ่อตัดลูกกัน”

“ทำไมล่ะแม่”

“สมัยก่อนแม่จะไม่ได้เรียนหนังสือ การแต่งงานผู้ใหญ่จะเลือกให้”

” แต่แม่ไม่ยอมแต่ง ก๋งเลยว่าแม่ลูกนอกคอก”

“แบบนี้เขาเรียกคลุมถุงชนกันนี่ครับ”

“พอแม่มาเจอพ่อของเจ้าแก้วแม่ก็เลยตัดสินใจออกจากบ้านมาแต่งงานกับเขา”

“แล้วแม่มีพี่น้องกี่คน”

“9คน แม่เป็นคนที่แปด คนสุดท้องเป็นอาคิ้วที่อยู่สำโรงไง”

“อ๋อ..แล้วแม่เปลี่ยนชื่อตอนไหน”

“เปลี่ยนตอนแต่งงาน เพราะตอนนั้นคนไทยเชื้อสายจีนเขาจะเปลี่ยนไม่ใช่แซ่กันมาเป็นนามสกุลไทยกัน”

“แล้วชื่อมาลี ใครตั้งให้แม่”

“พระตั้งให้ บอกว่ามาลี แปลว่า ดอกไม้”

“แล้วบ้านก๋งอยู่ที่ไหนครับ”

“อยู่วังน้อย ตอนเอ็งเด็กๆแม่เคยพาไปเที่ยวตั้งหลายครั้งจำไม่ได้เหรอ”

“วังน้อยที่เป็นบ้านสวนนะเหรอ อืมคนจีนแก่ๆที่ผมเจอคงเป็นก๋ง” ผมหวนนึกถึงภาพความทรงจำในวัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง

…….

เรือหางยาววิ่งฝ่าน้ำไปข้างหน้า สายน้ำที่กระทบรำเรือทั้งสองข้างแตกกระเซ็นละอองน้ำเย็นๆถูกลมพัดเข้ามาที่ หน้ารู้สึกได้ถึงความเย็น ด้วยความเป็นเด็กผมจึงเมือลงไปลู่กับน้ำข้างเรือด้วยความสนุกสนาน เวลาเรือเล่นไปแล้วกระทบคลื่นน้ำของเรืออีกลำที่วิ่งผ่านมาสวนทางกันรู้สึก สั่นสะเทือนของท้องเรือที่กระแทกกับคลื่นน้ำใต้ลำเรือ

สองข้างเต็มไปด้วยสวนส้มและฝรั่งที่ยื่นออกมาในลำคลอง นานๆทีถึงจะเห็นเรือลอดผ่านสะพานไม้สูงๆที่ทำไว้ให้คนเดินข้าม ใกล้บ้านคนผมจะเห็นมีอวนใหญ่ที่ชาวบ้านขึงไว้กับไม้ไผ่แล้วยกขึ้นเหนือน้ำ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเขาเรียกว่าอะไร (พอโตขึ้นถึงรู้ว่าเรียกยกยอ) รู้แต่ว่ามันคล้ายๆแหหรืออวน ที่ถักด้วยเส้นด้ายขนาดใหญ่แล้วขึงกับไม้ยกขึ้นยกลงได้ เขาเอาไว้จับปลาเวลาจะจับปลาเขาก็ให้อวนนั้นลงมาแช่ไว้ในน้ำ แล้วก็ใส่ข้าวสุกลงไปไว้ในนั้น พอมีปลาเข้ามากินเยอะๆ เขาก็ยกอวนขึ้นมาปลาที่เข้ามาอยู่ในอวนนั้นก็ติดขึ้นมาด้วย ผมตื่นเต้นมากที่เห็นแบบนั้น

ผมอายุประมาณ5-6ขวบเห็นจะได้ แม่พาผมเที่ยวบ้านอาก๋งกะอาม่า แม่บอกว่าที่นี่เขาเรียกว่าวังน้อย (พอผมโตขึ้นผมถึงรู้ว่าวังน้อยอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) บ้านก๋งเป็นบ้านชั้นเดียวพื้นเป็นดิน แต่กว้างมาก มีห้องนอนห้องโถงห้องครัว เหมือนในจีนเก่าๆที่ผมเคยดูในทีวี หลังบ้านอาก๋งจะเป็นสวนส้มและก็ผลไม้หลายอย่างมากมาย ฝรั่ง มะม่วง มะพร้าว ส้มโอ ด้วยความเป็นเด็กผมจึงชอบวิ่งเข้าไปในสวนตามท้องร่อง ดูฝรั่งเวลามันออกลูกจะถูกห่อด้วยกระดาษและถึงพลาสติกห่อหุ้มไว้ เพราะผมจะเคยเห็นแต่ตอนมันสุกๆลูกใหญ่แล้วแม่ค้าขายผลไม้เอามาวางขายซะน่า กินเชียว

เพลงพระคุณแม่

อ่านเนื้อหาเรื่องมะลิ..ดอกนี้ชื่อมาลีทั้งหมดได้ที่นี่..
http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=67168