ตัวโกรธมันเป็นอย่างไร?


หลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านเป็นพระป่า เล่าเรียนพุทธศาสนา ในทางทฤษฎี (ปริยัติ) ไม่มากนัก แต่ท่านเชี่ยวชาญในทางปฏิบัติมากกว่า  และเป็นที่ทราบกันดีว่า หลวงปู่บุดดาท่านมีความส90ามารถในการสอนชนิด  ที่สื่อได้ตรงถึงใจดีนัก  ในสมัยท่านหนุ่ม ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์คู่  กับ พระระดับเจ้าคุณรูปหนึ่งมีความรู้ถึงขั้นเปรียญ ๘ ประโยค (คงเทียบเท่า ความรู้ทางโลกเกือบระดับดอกเตอร์อะไรทำนองนั้น ) ท่านเจ้าคุณรูปนี้คง เห็นหลวงปู่บุดดาเป็นพระบ้านนอกไม่ได้เรียนสูง ๆ  จึงได้เอ่ยปากถามหลวง ปู่เพื่อลองภูมิว่า

เจ้าคุณ : ท่านจะเทศน์เรื่องอะไร ?
หลวงปู่บุดดา : เรื่องตัวโกรธ กิเลส ตัณหา
เจ้าคุณ : ตัวโกรธเป็นอย่างไร ? (ถามทดสอบดูว่าจะมีความรู้ลึกซึ้งแค่ไหน)
หลวงปู่บุดดา : “ส้นตีน” ไงล่ะ

เท่านั้นเองท่านเจ้าคุณโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่ยอมขึ้นเทศน์กับหลวงปู่ ปล่อยให้หลวงปู่ขึ้นเทศน์เพียงรูปเดียว  เมื่อหลวงปู่เทศน์จบแล้ว หลวงปู่จึงไปขอขมาท่านเจ้าคุณรูปนั้น พร้อมกับอธิบายให้ท่านรู้ว่า ตัวโกรธมันมีอาการอย่างที่ท่านเจ้าคุณเป็นเมื่อกี้นี้  คือหน้าแดง  ๆ  คอแข็ง  เทศน์ไม่ออก ฯลฯ
ก้อท่านเจ้าคุณอยากจะรู้จักตัวโกรธนี่นา หลวงปู่ก็เลยเอาตัวโกรธ มาแสดงให้ท่านเจ้าคุณเห็นกันตรงนั้นเลย * (ฮา…)

-ใส่บาตรวัน เกิด—

เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ…มีเรื่องเล่าว่า วันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง  ..กลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ..รุ่งเช้าอยากใส่บาตรทำบุญเอา ฤกษ์   ขณะตักข้าวจะใส่บาตร ด้วยความเมาทำข้าวหก  หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว กัดกันเจี๊ยวจ้าวพันแข้งพันขาจนเดินไม่ได้..   ด้วยความโมโห..เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง…หมามันก็หลบทัน แต่พระหลบไม่ทัน   … โดนหน้าแข้งเต็มๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อย  ขณะใส่บาตร..รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้ ไม่พอดีกับพระ แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย…. “อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว…”   เหล้ามันทำให้คนกิน..ไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด ทำผิด  แล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ……..

—-เทศน์รอบดึก—-

มีอยู่รายการหนึ่ง เขาจัดงานหารายได้เข้ามัสยิด… นิมนต์พระพยอมมาช่วยเทศน์ดึงคนให้หน่อย..เพราะช่วงที่กำลังดังนี้ เทศน์ทีมีคนฟังเป็นหมื่น..พอประกาศชื่อพระพยอมคนสนใจมาก    เขาจัดโปรมแกรมให้พระพูดตอนดึก 5 ทุ่ม  พระก็อยากพูดเร็วๆ พูดเสร็จจะได้รีบกลับ…  เขาบอกว่า..ไม่ได้..ถ้าท่านกลับ..คนก็กลับกันหมด..  หอยทอด โรตี..ไก่ย่าง..ยังขายไม่หมดเลย..  เดี๋ยวท่านรอให้ขาย หอยทอด โรตี ไก่ย่างหมดก่อน..ค่อยขึ้นเทศน์  กรรมของพระ…ไม่ควรดังเลยเรา…. T T ”

—– เจ๊กหมดทุนเจ๊กหมดทุน….. —-
มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง..    อาฮังหรือ..เจ๊กฮัง..ค้าขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท…. ไม่เป็นอันทำมาหากินเลย..พอขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย…..  หมดแรง..หมดอาลัยตายอยาก….  พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน…อั๊วขาดทุนหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว   จนญาติๆระอา…ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหามมาส่งที่วัดสวนโมกข์…  อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้ 7 ปีพอดี ปรากฏว่า..มันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง…นั่งเป็นทุกข์ในท่าเจ๊กหมดทุนท่า เดิม…  นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว……..
อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า…. ฮัง…ลื้อขาดทุนแน่หรือ.…  แน่ซิครับ…สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง..ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลย…. คิดให้ดี…ขาดทุนจริงๆนะเหรอ….
จริงซิครับ…อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ……  อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง… ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร…....  วันที่ลื้อเกิดมานะ อาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมาจากท้องแม่ได้ในวัน เกิดนะ พระนี่ถามอะไรแปลกๆ… อาฮังตอบว่า ..ไม่มี.. อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ…เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม
หม้อหุงข้าวมี..
เสื้อผัามีใส่ไหม…
มี…
บ้านมีอยู่ไหม……
มี…
ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ…
อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า ..อาฮัง…ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก  เพียงแต่กำไรมันลดลงไปนิดหน่อยเท่านั้น. …

—“คุณพระช่วย”—–
พวกเราชอบอ้อนวอน..ชอบบนบานศาลกล่าวกันจนเคย ….โดยเฉพาะผู้หญิงขอให้พระช่วยจนติดปาก  เกิดมีอะไรขึ้น..หรือตกใจอะไร..จะต้องร้องว่า  “คุณพระช่วย“..ทุกครั้ง…
วันหนึ่ง..อาซิ้มนั่งขายของอยู่ในร้าน…หน้าร้านมีคนมาทำความสะอาดท่อ ..แล้วเปิดฝาท่อทิ้งไว้ ผู้หญิงคนหนึ่งเดินตกท่อ..แล้วตะโกนว่า “ว้ายคุณพระช่วย”  อาซิ้มหัวเราะตัวงอ..แล้วเดินออกมาหาหญิงผู้เคราะห์ร้าย  พระช่วยลื้อไม่ล่ายหรอก..เพราะเมื่อเช้านี้พระก็ตกเหมือนกัน…….. ฮา..