"TT" เรื่องราว


คืนหนึ่ง….
ขณะที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
หญิงสาวเอ่ยปากบอกขอเลิกกับชายหนุ่ม
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ตกใจ แต่ก็ยอมรับอย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร
หญิงสาวบอกเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ
ชายหนุ่มตอบ ‘ใช่ ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ผมจะช่วยคุณได้เสมอนะ’
แล้วก็ยิ้มเรียบๆเหมือนปกติ
ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็รับประทานอาหารกันต่ออย่างเงียบๆ
หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ยังโทรศัพท์หาหญิงสาวทุกวัน เหมือนดังเดิม..
ถามหญิงสาววันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? กลับถึงบ้านรึยัง? ทานอาหารรึยัง?
หญิงสาวก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
ก็ยังยอมรับความห่วงใยของชายหนุ่มที่มีให้เธอ
วันหนึ่ง หญิงสาวอารมณ์ไม่ดีและตอบชายหนุ่มไปว่า
‘มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอแล้ว!!’
ชายหนุ่มก็ตอบเรียบๆ ว่า ‘ขอโทษนะ ผมไม่รบกวนคุณนะ’
แท้จริงแล้วหญิงสาวทะเลาะกับแฟนใหม่ของเธอ
ชายหนุ่มเลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอไป
วันต่อมา หญิงสาวก็ไม่ได้รับโทรศัพท์จากชายหนุ่ม
เธอรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

เวลาผ่านไปหลายวันชายหนุ่มก็ยังไม่ได้ติดต่อเธอ
หญิงสาวก็คิดในใจว่าทำไมว่า แค่คำสองคำก็โกรธซะนาน
หญิงสาวก็รู้ว่าตัวเองผิด ก็คิดจะโทรหาชายหนุ่ม
และอยากขอให้ชายหนุ่มอย่าโกรธเธอ
หญิงสาวโทรศัพท์ทั้งวันก็ไม่มีคนรับสาย
จนสุดท้ายเบอร์โทรศัพท์นั้นก็โดนยกเลิกไป
หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลกใจมากๆ เธอไปที่บริษัทที่ชายหนุ่มทำงานอยู่
แต่เพื่อนพนักงานเขาบอกว่าชายหนุ่มลาออกจากงานไปนานแล้ว
หญิงสาวถามเจ้าของบริษัทซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของชายหนุ่มว่ารู้ไหมว่าเขาไปไหน
เขาก็บอกไม่รู้ เขาก็กำลังหาชายหนุ่มอยู่
หญิงสาวลองโทรไปที่บ้านของชายหนุ่ม เขาก็บอกว่าชายหนุ่มไปต่างประเทศแล้ว
หญิงสาวก็แปลกใจมากๆ บ้านของชายหนุ่มฐานะก็ไม่ได้ดีมาก
แล้วทำไมถึงให้ชายหนุ่มไปต่างประเทศได้?
(แท้จริงแล้วหญิงสาวบอกขอเลิกก็เพราะสาเหตุนี้)
อีกอย่างถ้าชายหนุ่มไปต่างประเทศจริงๆ
ถึงจะไม่ได้บอกเธอ..เพื่อนของเขาก็น่าจะรู้นะ? แปลกจริงๆ???

หญิงสาวเก็บความสงสัยไว้ในใจ พอกลับถึงบ้านก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง
เธอเปิดออกมาดู.. เป็นจดหมายของชายหนุ่มส่งมา..
ชายหนุ่มบอกเธอว่าเขาไปที่อื่นแล้ว
แต่ไม่ได้บอกว่าไปไหน ฮึ่ม!!! จะไปก็ไม่บอกสักคำ..
ตั้งแต่นั้นมา ถึงแม้หญิงสาวไม่เคยเห็นชายหนุ่มอีกเลย..
แต่เธอก็ได้รับจดหมายจากเขามาตลอด โดยเฉพาะวันที่สำคัญ อย่างเช่นว่า
วันเกิดของหญิงสาว
เขาจะอวยพรวันเกิดให้เธอพร้อมกับส่งของขวัญมาให้…
วันวาเลนไทน์เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งช่อดอกไม้ให้เธอ…
วันคริสต์มาสยิ่งไม่ต้องพูดเลย… ขนาดหญิงสาวไปสอบเอ็น
เขาก็ยังมีส่งการ์ดมาเป็นกำลังใจให้เธอเลย
ถึงแม้ว่านานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นชายหนุ่ม
แต่เธอก็ได้รับความห่วงใยจากเขามาตลอด..
แต่หญิงสาวพบว่าที่ชายหนุ่มส่งจดหมายมาก็ไม่ได้เขียนที่อยู่มาด้วย
บางทีก็ไม่ได้ติดแสตมป์
เหมือนกับว่ามีใครเอาจดหมายมาใส่ลงในตู้จดหมายของเธอโดยตรง
และเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนๆ ของชายหนุ่มดีต่อเธอมากๆ
วันเกิดเธอก็ได้รับของขวัญจากพวกเขา หรือไม่ก็ชวนเธอออกไปเที่ยวบ่อยๆ
โทรศัพท์หาถามความเป็นมาอยู่เรื่อยๆ

หญิงสาวรู้สึกแปลกใจกับความห่วงใยที่มีจากพวกเขา
แต่นานๆ เข้าเธอก็รู้สึกชินไปเอง ในเวลานั้นเธอมีความสุขมากๆ…
จนกระทั่งวันหนึ่ง หญิงสาวพบว่า นานแล้วที่เธอไม่ได้รับจดหมายจากชายหนุ่ม..
ถึงเธอจะนึกแปลกใจ แต่ก็คิดว่าช่างเถอะ เขาคงไม่ค่อยว่างมั้ง..
เวลาผ่านไปอีกอาทิตย์นึง หญิงสาวก็ยังไม่ได้รับจดหมายเลย
เธอรู้สึกร้อนใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ว่าเธออยากอ่านจดหมายของชายหนุ่ม..
สองปีที่ผ่านมาชายหนุ่มเขียนจดหมายส่งให้เธอเสมอ..
ในวันสำคัญของเธอก็จะได้รับคำอวยพรจากแดนไกลมาตลอด..
ถึงแม้ว่าเธอจะตอบจดหมายไม่ได้ แต่นี่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอแล้ว
เวลานี้อยู่ดีๆก็หายไป

หญิงสาวรู้สึกเหมือนไร้ที่พึ่ง.. หญิงสาวเริ่มตามหาชายหนุ่ม..
ไปที่ที่ชายหนุ่มแต่ก่อนเคยไปบ่อยๆ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ..
หวังว่าจะได้พบชายหนุ่ม แต่เธอก็ผิดหวัง…
ชายหนุ่มเหมือนกับว่าได้หายไปจากโลกนี้แล้ว
สุดท้ายญิงสาวก็กลับไปที่บริษัทเพื่อนสนิทของชายหนุ่มอีกครั้ง
ถามหาดูว่า มีใครรู้ว่าชายหนุ่มอยู่ที่ไหนบ้าง..
ในกลุ่มเพื่อนๆ ของชายหนุ่ม มีหญิงคนหนึ่งพอได้ยินที่หญิงสาวถามก็ร้องไห้ออกมา
หญิงสาวถามเธอว่า ร้องไห้ทำไม… เจ้าของบริษัทบอกกับหญิงสาวว่า
‘เธอโทรไปหาคนคนนี้นะ แล้วเธอจะรู้เองว่าเขาหายไปไหน’
หญิงสาวรับกระดาษโน๊ตที่มีเขียนเบอร์โทรศัพท์มือถือมา คิดในใจว่า
ในที่สุดฉันก็หาเขาได้เจอสักที

หญิงสาวโทรศัพท์ไป..ฮัลโหล~~? มีเสียงผู้ชายมารับสาย
ถึงแม้ว่า หญิงสาวไม่ได้เจอชายหนุ่มตั้งสองปีแล้ว
แต่เธอรู้ว่าคนที่รับโทรศัพท์ไม่ใช่ชายหนุ่ม
หญิงสาวเอ่ยปากถาม.. ‘เอ่อ.. อยากทราบว่า..’
ฝ่ายนั้นไม่ได้รอให้หญิงสาวพูดจบก็บอกว่า.. ‘ผมรู้ว่าคุณคือใคร
คุณอยากจะหาพี่ชายผมใช่มั้ย? ผมรอคุณมานานแล้ว คุณตอนนี้ว่างมั้ย
ออกมาแล้วผมจะเล่าให้คุณฟัง แล้วคุณจะเข้าใจ..’

หญิงสาวมาตามที่นัดอย่างสงสัย
เห็นหน้าเขาก็เชื่อว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก
พอมาถึงหญิงสาวก็รีบถาม ‘พี่ชายเธอล่ะ?’ น้องชายของชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร
แต่หยิบจดหมายฉบับนึงยื่นให้หญิงสาวพร้อมกับบอกว่า
‘ขอโทษนะ จริงๆแล้วผมน่าจะเอาไปให้คุณตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
แต่ผมไม่รู้จะให้คุณยังไงดี ก็เลยเก็บไว้จนถึงวันนี้..’
จดหมายทั้งหมดในสองปีนี้ก็คุณเขียนให้ฉันเหรอ?’ หญิงสาวถามอย่างตกใจ
ไม่ใช่ ผมแค่ส่งจดหมายให้คุณแทนพี่ชายผมเท่านั้น’
หญิงสาวได้แต่คิดในใจว่าทำไมต้องทำอะไรยุ่งยากอย่างนั้นด้วย.

ถึงเธอจะบ่นแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอดีใจมากๆ
หญิงสาวเปิดจดหมายออกมาอ่าน..
เธอเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม? อากาศเริ่มเย็นแล้วนะ
รักษาสุขภาพให้ดีนะ.. การเรียนเป็นอย่างไรล่ะ?
อย่ามัวแต่ห่วงเล่นนะ.. แหม.. พูดเหมือนกับว่าเธอเป็นเด็กแน่ะ
โทษทีนะ..เพียงแต่ว่าผมไม่วางใจน่ะ เธอต้องการคนคอยดูแล
ปกป้องเสมอ.. แต่เธอวางใจได้นะ ผมเรียกให้เพื่อนๆผมช่วยดูแลคุณให้ดีๆน่ะ
เพราะว่าเมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมก็คงจะไปที่อื่นแล้ว..
ผมไม่สามารถดูแลคุณได้อีกต่อไป.. แต่ผมก็ยังห่วงคุณเสมอ
ผมเลยใช้วิธีนี้อยู่เป็นเพื่อนคุณในวันที่ผ่านๆมา ขอให้คุณอย่าได้โกรธผมนะ..
นี่ก็อาจจะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่ผมเขียนให้คุณได้
เพราะมันถึงเวลาแล้ว.. ต้องขอโทษมากๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากพบคุณนะ
เพียงแต่ว่าผมไม่ต้องการให้คุณได้เห็นผมในขณะนี้
และไม่อยากให้คุณต้องเสียใจเพราะผม..
ผมหวังอยากให้คุณอยู่อย่างมีความสุข ตอนนี้ก็คงใกล้ถึงเวลาสอบแล้วสินะ
ถ้าคุณสอบไม่ได้เพราะเรื่องของผม ผมคงไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองแน่ๆ
เพราะว่าสิ่งนี้เป็นความหวังสุดท้ายของผม.. นับๆ
ดูทั้งหมดก็คงมี200กว่าฉบับได้มั้ง?

หวังว่าคุณคงไม่โกรธที่ผมรบกวนคุณมากเกินไปนะ..
ถึงแม้ว่าผมใกล้ถึงเวลาที่ต้องจากไป
แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าการรู้จักคุณเป็นสิ่งที่แย่ในชีวิตของผม
ในช่วงเวลาที่ผมอยู่กับคุณผมมีความสุขมากๆ ถึงแม้ว่าท้ายสุดคุณไม่ได้เลือกผม
แต่ก็ดีแล้วล่ะ
มิฉะนั้นผมก็คงไม่รู้ว่าจะบอกเลิกกับคุณอย่างไรดี
เพราะสภาพร่างกายผมทำให้ผมไม่สามารถอยู่ดูแลคุณได้ตลอดไป..
ยิ่งนานวันร่างกายผมก็ยิ่งแย่ลง ผมไปโรงพยาบาลตรวจดู..
หมอบอกว่าผมเหลือเวลาอีกแค่เพียง 3 เดือนเท่านั้น ถึงเวลานั้นก็..
เธอคงเดาได้ออกนะ..
เพราะฉะนั้นผมก็เลยดูตามวันเวลาและเขียนจดหมายให้คุณกว่า200ฉบับ
แล้วให้น้องชายผมส่งให้คุณตามวันที่ที่เขียนไว้
เหมือนกับว่าผมยังอยู่เคียงข้างคุณเสมอ..

2 ปีแล้วสินะ ความรู้สึกของคุณที่มีต่อผมก็คงเจือจางลงไปไม่น้อยแล้ว
น่าจะยอมรับรู้ความจริงอันนี้ได้แล้วนะ
ผมก็เลยเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้าย..
อีกอย่างผมก็ไม่สามารถเขียนจดหมายได้อีกต่อไป ขออภัยด้วยนะ..
ถ้าผมทำให้คุณต้องเสียใจ ผมก็ขอโทษที่ผมไม่สามารถปลอบใจคุณได้อีก..
ผมเพียงอยากบอกกับคุณว่า ผมรักคุณ อยากดูแลคุณตลอดชีวิต

ถึงแม้ว่าสุดท้ายคุณจะแต่งงานกับคนอื่นไป
ผมก็อยากอยู่เป็นเพื่อนคุณเสมอ.. แต่ผมทำได้เหรอ? ผมทำไม่ได้
เพราะเวลาของผมใกล้จะหมดแล้ว.. ถึงอายุผมจะไม่ยืนยาว แต่ผมก็ไม่รู้สึกเสียดาย
ชีวิตของผมอยู่อย่างคุ้มค่ายิ่งนัก ถึงแม้ว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันสั้นนัก
แต่ก็ทำให้ผมได้รู้ค่าของชีวิต ขอขอบคุณที่คุณให้รักแรกในชีวิตผม
ถ้าเวลาย้อนกลับไปได้ผมคงจะไม่ไปรู้จักคุณ ไม่เป็นแฟนกับคุณ..
แต่มันไม่อาจเป็นไปได้ ผมก็เลยต้องทำให้คุณเสียใจอยู่ดี
ถ้าการให้ การรอคอยของวันพรุ่งนี้ทำให้ผมอยู่เคียงข้างคุณได้
ผมรับรองว่าจะทำ.. แต่ผมจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน? ถึงอย่างไรผมก็ต้องจากคุณไป
ถ้าผมจากไปอย่างสงบได้นั่นแสดงว่าผมไม่รักคุณอีกต่อไป
แต่น้ำตาที่ไหลออกมาบอกผมว่าผมทิ้งคุณไปไม่ได้ เพราะว่า
‘ผมรักคุณ’.. อย่าร้องไห้เพื่อผมเลย เพราะผมมีความสุขที่เคยรักคุณ
ลืมผมเสียเถิดนะคนดี..
จากคนที่รักคุณ 21/9/2000 โรงพยาบาล XXX’

หญิงสาวดูวันที่ที่เขียนในจดหมาย คือ เวลาหลังจากที่เลิกกันได้หนึ่งเดือน..
ก็คือ วันหลังจากวันที่ที่เธอพูดกับเขาว่า ‘มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอแล้ว!!’..
วันนั้นอากาศเย็นลงมาก เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว
คืนนั้นหญิงสาวถือจดหมายไว้ในอ้อมอก
ยืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านของชายหนุ่ม….

………………………………………………………